้หลิงจ้านฟังอย่างละเอียด
“โอ้ พรสวรรค์อย่างที่หกยังไม่ทันได้ตรวจสอบ เจ้าก็ปิดเครื่องไปก่อน... อืม เจ้าทำได้ดีมาก”
หลิงจ้านพยักหน้า
เรื่องของเหออวิ๋น ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น
เสียงสนทนายังไม่ทันจางหายไป หลิงจ้านก็ออกคำสั่งใหม่ด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดในทันที “เรียกหม่าอวิ้นหานมาพบข้าด่วน ข้ามีเรื่องสำคัญต้องคุย”
“รับทราบ!”
เสียงของทหารเวรเต็มไปด้วยความหนักแน่น ก่อนจะหันหลังกลับไปปฏิบัติภารกิจเร่งด่วนด้วยฝีเท้าที่รวดเร็วดุจสายลม
เวลาราวกับถูกยืดออกไป ทุกวินาทีเต็มไปด้วยความคาดหวังและความไม่แน่นอน
ในที่สุด ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกเบาๆ หม่าอวิ้นหานก้าวเข้ามาดุจสายลมอันสดชื่น ร่างของนางสูงโปร่งและสง่างาม ในดวงตาส่องประกายแห่งสติปัญญา
“ท่านเทพสงคราม มีภารกิจเร่งด่วนอะไรให้ข้าไปทำหรือคะ?”
เสียงของหม่าอวิ้นหานใสและทรงพลัง เผยให้เห็นถึงความเฉียบแหลมและกล้าหาญที่ยากจะบรรยาย
สายตาของหลิงจ้านลุ่มลึกราวกับสามารถมองทะลุจิตใจคนได้ เขาเอ่ยขึ้นช้าๆ “ข้าต้องการให้เจ้าหาเครื่องตรวจวัดพรสวรรค์ที่ทันสมัยที่สุด และนำหน่วยรบพิเศษหน่วยหนึ่งไปยังค่ายทหารใหม่ของกองทัพพิฆาตอสูรด้วยตัวเอง”
หม่าอวิ้