สีหน้าของเหออวิ๋น ตั้งแต่ต้นจนจบยังคงดุจผืนน้ำที่สงบนิ่ง ไร้ระลอกคลื่นแม้แต่น้อย
เมื่อเผชิญหน้ากับเสียงวิพากษ์วิจารณ์และสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยรอบทิศ เขาราวกับอยู่ในอีกโลกหนึ่ง เสียงอึกทึกและความวุ่นวายเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ยืนอยู่อย่างเงียบงัน ราวกับผู้สังเกตการณ์ที่อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง ไม่แยแสต่อสิ่งรอบข้าง ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดในโลกหล้าสามารถกระทบกระเทือนความสงบในใจของเขาได้
เสียงที่ทรงอำนาจและดังกังวานของครูฝึกไป๋ดังขึ้นในกลุ่มคน “เหออวิ๋น ออกมา!”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น เหออวิ๋นจึงค่อยๆ เดินออกจากกลุ่มคน ฝีเท้าของเขามั่นคงและเยือกเย็น เผยให้เห็นถึงความมั่นใจและความสงบนิ่งที่ยากจะบรรยาย เขาเดินมาหยุดอยู่ข้างกายครูฝึกไป๋ ราวกับรูปสลักที่ตั้งตระหง่าน รอคอยคำสั่งต่อไปอย่างเงียบเชียบ
ในชั่วขณะนี้ สายตาของทหารกว่าเจ็ดร้อยนายต่างจับจ้องไปที่ร่างของเหออวิ๋น
ในที่สุดพวกเขาก็ได้เห็นโฉมหน้าของทหารใหม่ผู้สร้างปาฏิหาริย์ในการทดสอบ และคว้าอันดับหนึ่งมาได้ด้วยคะแนนเต็ม ใบหน้าของเขาหล่อเหลา โดยเฉพาะดวงตาที่ลุ่มลึกคู่นั้น ยังส่องประกายแห่งสติปัญญาและความมั่นใจ ราวกับว่าทุกสิ่งทุก