ชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวินตั้งใจจะตรวจสอบให้ถี่ถ้วน ทว่าเมื่อหวนกลับสู่เจียงหนาน ฝ่ายนิกายกระบี่ก็พลันเกิดความรู้สึกถึงกระแสพลังอีกครั้ง ทำให้นางไม่อาจอยู่ต่อได้
“…ไปก่อน”
สิ้นเสียงเอื้อนเอ่ยชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวินก็ฉวยร่างจงกวงขึ้นในทันที ก่อนจะหายวับจากที่เดิมไป นางเก็บเกี่ยวผลลัพธ์จากศึกครั้งนี้ไม่น้อย แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่น้อยเช่นกัน จำต้องกลับไปรักษาตัวให้ดีก่อน ส่วนเมืองท่ากานถังนั้น ท้ายที่สุดอยู่ในแผ่นดินเจียงหนาน ก็ปล่อยให้นิกายกระบี่ปวดหัวแทนก็พอ
ในเวลาเดียวกัน ณ ผืนป่าเขาลึกอันเงียบสงัด
ลวี่หยางยืนมือไพล่หลัง เดินทอดน่องเข้ามากลางป่าอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะลงมือเปิดถ้ำชั่วคราวขึ้นแห่งหนึ่ง แล้วจึงหยิบเอาเศษเสี้ยวถ้ำสวรรค์ออกมาภายในถ้ำนั้น
“ขอบคุณท่านอาวุโสที่ช่วยเหลือ”
ลวี่หยางประสานมือคารวะ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มจริงใจ หากเมื่อครู่มิใช่ว่าอั้งเซียวใช้อุปสรรคแห่งญาณรู้ปิดบังเก็บงำ เขาย่อมถูกจงกวงพบเจอไปแล้ว
ถัดมาเพียงพริบตา เศษเสี้ยวถ้ำสวรรค์ก็เปล่งแสงเรืองรองขึ้น ก่อนที่ร่างหนึ่งซึ่งถูกหมอกควันปกคลุมทั่วทั้งตัว มิอาจมองเห็นเพศหรือวัย จะปรากฏกายลอยออกมาจากแสงนั้น แม้กระแสพลังดูอ่อนแรง ทว่าท่วงท่ากลับแฝงไว้ด้วยความสำรวมมั่นคงของผู้ครองชะตาฟ้า
“สหาย… เจ้าช่างกล้าหาญนัก”
อั้งเซียวมองลวี่หยาง แววตาไม่เผยความในใจแม้แต่น้อย หากเพียงเอ่ยยิ้มบางว่า “เจ้ามั่นใจได้อย่างไร ว่าข