ิ๋นจึงเคลื่อนไหวในสนามรบได้อย่างอิสระราวกับปลาได้น้ำ เหล่าอสูรถึงแม้จะดุร้ายเพียงใด แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้เช่นเขา ก็กลับกลายเป็นเหมือนช้างยักษ์ที่อุ้ยอ้าย ไม่สามารถจับร่องรอยของเขาได้เลย การที่พวกมันจะฆ่าเหออวิ๋นนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับการพูดเรื่องเพ้อฝัน
ทุกครั้งที่เหล่าอสูรได้ยินเสียงเคลื่อนไหว ก็จะตื่นเต้นกรูกันเข้ามา คิดว่าในที่สุดก็เจอศัตรูเจ้าเล่ห์คนนี้แล้ว ทว่า สิ่งที่รอพวกมันอยู่กลับเป็นความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า พวกมันวิ่งวุ่นไปทั่ว แต่กลับไม่สามารถแตะต้องได้แม้แต่ชายเสื้อของเหออวิ๋น ทำให้เขากลายเป็นเหมือนภาพลวงตาที่ไม่มีวันจับต้องได้
ความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่านี้ ทำให้เหล่าอสูรหัวปั่นไปหมด แต่ก็จนปัญญา พวกมันได้แต่คำรามอย่างโกรธเกรี้ยว แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงอันโหดร้ายนี้ได้ ราวกับถูกปั่นหัวเล่น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย
ในฐานะจ่าฝูงของกองทัพอสูร มันยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ มันคำรามลั่น อยากจะลงมือฉีกร่างมนุษย์เจ้าเล่ห์คนนี้ให้เป็นชิ้นๆ ด้วยตัวเอง ทว่า เมื่อเผชิญหน้ากับร่างที่ราวกับภูตผีของเหออวิ๋น มันก็ได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจอย่างจนใจ มันโกรธ มันไม่ยอม แต่ก็ต้องยอม