ตลอดมา ลวี่หยางมีข้อสงสัยอยู่ประการหนึ่ง
ชิงเฉิงเฟยเซวี่ยเจินจวิน ผู้สืบต่อเสาหลักของนิกายศักดิ์สิทธิ์รองจากอั้งเซียว อีกทั้งเป็นหญิงวิปลาสที่รู้จักกันโดยทั่วไป ผู้นี้แท้จริงแล้วมีกำลังแข็งแกร่งถึงเพียงใดกันแน่?
ครั้งนี้คงได้ประจักษ์ด้วยตา!
ลวี่หยางเบิกตามองสุดสายตา เหลียวแลไปทางทิศเจียงหนาน เห็นดาวฤกษ์ตำแหน่งมรรคผลหลายดวงสว่างพร่างพร้อมกันในบัดดล บรรยากาศวิญญาณทั่วทั้งใต้หล้าก็พลอยบริสุทธิ์
“เจ้ามารร้าย… บังอาจนัก!”
“คิดหรือว่าข้าทั้งหลายจะเกรงกลัวเจ้า?”
เพียงชั่วพริบตา เสียงตวาดอันดุดันสามสายก็ดังขึ้นจากในนิกายกระบี่ พร้อมกับที่ดาวฤกษ์ตำแหน่งมรรคผลอีกสามดวงปรากฏแจ่มชัด ซึ่งในชาติก่อน ลวี่หยางไม่เคยเห็นที่นิกายกระบี่มาก่อนเลย
ปฐพีเหนือหลังคา!
อัคคีในเตาหลอม!
ดินบนกำแพง!
นอกจากเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวิน และเจินจวินขั้นมรรคผลโอสถทองคำช่วงปลายอย่างกังสิงปู้เต้าแล้ว ที่เหลืออีกสองเจินจวินของนิกายกระบี่ก็มากันที่นี่ครบ!
เพียงข้อนี้ ลวี่หยางก็มองออกหลายสิ่ง
ไม่น่าแปลกใจที่เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินดูจะไม่ได้รับการยกย่องนักในนิกายกระบี่ ที่แท้ก็เพราะนิกายกระบี่มีเจินจวินผู้บรรลุตำแหน่งมรรคผลสายธาตุดินอยู่แล้ว!
ส่วนกังสิงปู้เต้าเจินจวินนั้นบ่มเพาะทองคำในทราย ข้าจำได้ว่าอั้งเซียวเคยบอกไว้ว่า ขั้นมรรคผลโอสถทองคำช่วงปลายต้องมีครบทั้งห้าธาตุ หรือไม่ก็ใช้การผสานสามธาตุ ดังนั้นเขาน่าจะร่วมมือกั