เพียงจิตมั่นคง วิชาเทพหนึ่งก็หลั่งลงสู่กาย
‘อสนีบาตค่อยสงบ!’
วิชาเทพบรรจบ ริมฝีปากและฟันเคลื่อนพลัน เสียงฟ้าร้องดังผ่าจากลำคอ ดั่งเพลิงสุริยันกราดเกรี้ยวโหมเข้าใส่
เห็นดังนี้ ฟันของหงยวิ๋นแทบจะแหลกเป็นผง
นั่นคือวิชาเทพของข้า!
ถูกปล้นไปแล้ว!
แม้คิดเช่นนั้น แต่เขาก็มิกล้าชักช้า เพียงจิตคิด ร่างกายก็ระเบิดพร่างพลัน กลายเป็นลำแสงโลหิตแดงฉานพุ่งทะยานสู่ฟ้า
เขาระเบิดกายตนเอง
ดวงวิญญาณสีทองเรืองรองสายหนึ่งฉับพลันทะยานเข้าสู่ยมโลกรวดเร็วปานจิต หากมิใช่เจินจวินมรรคผลโอสถทองคำขั้นกลางอยู่ ณ ที่นี้ ก็ไม่มีผู้ใดขวางได้
เห็นดังนั้น ลวี่หยางหาได้แปลกใจ เพียงยืนนิ่ง ใช้การณ์รุ่งโรยเสริมตน สลายแรงระเบิดไปสิ้น
แท้จริง หากลวี่หยางมิได้ใช้งานลี่เจี๋ยโปวยกระดับตนสู่ขั้นวางรากฐานปลาย การต่อสู้ในพลังเท่าเทียมกับหงยวิ๋น แม้ชนะได้ แต่ก็ไม่ง่ายดายนัก ความสำเร็จครั้งนี้มากเพราะโจมตีไม่ทันตั้งตัว
เขาไม่รู้ว่าข้าฝึกเพลิงบนสวรรค์
ด้วยเหตุนี้จึงใช้วิชาเทพธาตุไม้เจี่ยมารับมือ สุดท้ายกลับถูกวังคืนสู่ราศีของข้าข่มพลัง จนเมื่อเสียเปรียบแล้วก็ไม่มีทางกู้สถานการณ์ได้
น่าเสียดาย ลวี่หยางแม้ชนะ แต่ก็ห้ามการฆ่าตัวตายของหงยวิ๋นไม่ได้
ไร้การช่วยเหลือจากอั้งเซียว ต่อให้ส่งพรสวรรค์หุ่นเชิดติดตามหงยวิ๋นเข้าสู่ยมโลก ก็ยากที่จะระบุตำแหน่งเกิดใหม่ของเขา
แต่ก็ถือว่าภารกิจใหญ่สำเร็จ คราวนี้หงยวิ๋นคงไม่กล้ากลับรังนี้อีก เส้นทางหนี