ก็นับว่าเล็กน้อยนัก”
“อาการบาดเจ็บของท่านจอมยุทธ์เอี้ยนสาหัสยิ่ง เส้นชีพจรหลักทั้งสิบสองเส้น และเส้นชีพจรพิเศษอีกหกเส้น ยกเว้นเส้นลมปราณหยามและเส้นลมปราณอิน เสียหายยับเยินไปถึงแปดส่วน”
โจวสิงสรุปอาการบาดเจ็บของเอี้ยนหนานเทียนอย่างกระชับ เซียวอื้อยี้พยักหน้าตามรัวๆ เพราะสิ่งที่โจวสิงพูดนั้นตรงกับที่หมอบ่วงชุนลิวเคยบอกไว้แทบจะทุกคำ
“แต่ถึงแม้จะบาดเจ็บสาหัสเพียงนี้ แต่นี่ก็นับว่าเป็นโอกาสทองของท่านจอมยุทธ์เอี้ยนเช่นกัน”
เซียวอื้อยี้ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ส่วนจิวหมอจื้อกลับฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ “หรือว่าจะเป็นเพราะ… เทพวิชาคัมภีร์วิวาห์?”
โจวสิงพยักหน้า เรื่องที่เอี้ยนหนานเทียนฝึกวิชาคัมภีร์วิวาห์นั้นมิใช่ความลับในยุทธภพ
แม้เทพวิชาคัมภีร์วิวาห์จะมีอานุภาพร้ายกาจหาที่เปรียบมิได้ แต่ด้วยคุณลักษณะที่ดุดันเกินไป ทำให้ลมปราณในร่างร้อนระอุราวกับเปลวเพลิง ผู้ฝึกนอกจากจะไม่อาจควบคุมมันได้ดั่งใจแล้ว ยังต้องทนทุกข์ทรมานจากความร้อนรุ่มของมันทั้งกลางวันและกลางคืน
การจะฝึกวิชานี้ให้สำเร็จมีเพียงสองหนทาง หนทางแรกคือให้ผู้ฝึกรุ่นก่อนถ่ายทอดลมปราณคัมภีร์วิวาห์ที่ฝึกปรือมาทั้งชีวิตให้แก่ผู้อื่น แม้ผู้รับจะไ