ในการตรวจของโจวสิงทำเอาทุกคนขนลุก
ปกติหมอเทวดาเซวียจะใช้เวลาจับชีพจรประมาณจิบชาหนึ่งถ้วย ตามด้วยการซักประวัติอย่างละเอียด
แต่โจวสิง ใช้เวลาเพียงครึ่งเดียว
มือแตะชีพจรปุ๊บ ถามสองสามคำ ปั๊บ เขียนใบสั่งยาเสร็จแล้ว
คนไข้มึนงง หมอเทวดาเซวียยิ่งมึนงงกว่า
แต่สิ่งที่ทำให้หมอชราต้องทึ่งที่สุด คือใบสั่งยา
คิดแบบนี้ก็ได้รึ ลึกล้ำ ลึกล้ำยิ่งนัก
หมอเทวดาเซวียอ่านเทียบยาใบแล้วใบเล่า ปากก็พึมพำชมไม่ขาดปาก
เทียบยาของโจวสิงช่างน่าอัศจรรย์
ถ้าเทียบยาของเขาคือ กองทัพหลวง ที่รบแบบแผนตำราพิชัยสงคราม เทียบยาของโจวสิงก็คือ กองโจรเงา ที่ใช้กลยุทธ์พิสดารพันลึก
การจับคู่ตัวยาของเด็กหนุ่มช่างแหวกแนวและเหนือจินตนาการ จนเขาต้องใช้สมองประมวลผลอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะเข้าใจหลักการ และพบว่ามัน ยอดเยี่ยม
เพียงแต่ มันออกจะ ดุเดือด ไปหน่อยไหม
หลายตำรับใช้หลักการ พิษต้านพิษ หรือการใช้ฤทธิ์ยารุนแรงเข้าหักล้างกัน ซึ่งเป็นแนวทางของพวกหมอพิษชัดๆ
แต่เมื่อคิดในมุมของการรักษา หมอเทวดาเซวียก็ปล่อยวางทิฐิ
แมวดำหรือแมวขาว ขอให้จับหนูได้ก็คือแมวที่ดี
อีกอย่าง โจวสิงก็ไม่ได้จ่ายยาอันตรายจนเกินงาม แค่เลือกใช้วิธีที่เห็นผลเร็วที่สุด ชาว