สุดท้ายภารกิจก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า
โจวสิงนอนแผ่อยู่บนเตียง ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมการปราบมารพิณตัวเดียวถึงได้ยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้ แค่ฟังเสียงพิณให้ออก แล้ววิ่งไปเติมสายพิณเพื่อทำลายค่ายกลเสียงของมัน มันยากตรงไหน
โจวสิงคิดไม่ตก ยิ่งคิดความดันโลหิตก็ยิ่งพุ่งปรี๊ด จนในที่สุดหน้ามืดวูบ หมดสติไป
เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง ก็ไม่ได้นอนอยู่บนเตียงนุ่มในบ้านอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นกลางป่าเขาลำเนาไพรที่รกร้างว่างเปล่า
โจวสิงมึนงงเป็นไก่ตาแตก ด้วยความที่เป็นนักอ่านนิยายตัวยง เขาจึงคิดถึงพล็อต ทะลุมิติ ขึ้นมาทันที
แต่เมื่อก้มมองดูตัวเองที่ยังสวมชุดนอนตัวเดิม เพียงแต่ร่างกายหดเล็กลงหลายส่วน เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือการ ข้ามมาทั้งตัว
ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสือโคร่งลายพาดกลอนตัวมหึมาก็กระโจนเข้าใส่ เขาไม่มีเวลาคิดหน้าคิดหลัง ทำได้เพียงสับตีนแตกวิ่งหนีสุดชีวิต
หลังจากวิ่งหนีตายอยู่นาน ในที่สุดโจวสิงก็ปีนหนีขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่
ทว่าเมื่อเห็นเจ้าเสือร้ายกำลังตะกายต้นไม้ตามขึ้นมา เขาก็นึกอยากจะจับเพื่อนนักเรียนหญิงที่เคยบอกว่า เสือปีนต้นไม้ไม่เป็น มาตีก้นสักสามร้อยที
ตีขาดไปแม้แต่ทีเดียว