ะ ฉันก็หวังว่าแกจะอวดเก่งแบบนี้ไปได้ตลอดนะ!”
ซุนถงแสยะยิ้มเย็น ชี้หน้าหลี่หมู่คาดโทษ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินจากไป
จังหวะนั้นเอง
เสียงม้าร้องแหลมก็ดังก้องมาจากสุดถนน ตามมาด้วยเสียงกีบเท้าม้ากระทบพื้นดังกึกก้อง
ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันไปมอง
ม้าศึกร่างยักษ์นับสิบตัวควบตะบึงมาแต่ไกล ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว รถราและผู้คนต่างพากันหลีกทางให้เป็นแถว
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นคนของกองทัพจิ้นหยวน
เพราะในเมืองเถี่ยโส่ว อนุญาตให้ใช้แค่ยานพาหนะเครื่องยนต์เท่านั้น
ต่อให้เป็นผู้ควบคุมอสูร ก็ต้องลงทะเบียนสัตว์อสูรก่อนถึงจะเอามาเดินเพ่นพ่านได้
มีแค่กองทัพจิ้นหยวนเท่านั้น ที่ได้รับสิทธิพิเศษในการควบม้าศึกกลางเมืองได้!
หนึ่งคือ ม้าศึกวิ่งเร็วกว่ารถยนต์ทั่วไปมาก
สองคือ ทหารกองทัพจิ้นหยวนคุ้นชินกับการขี่ม้าสู้รบในแดนเหว
เวลาปฏิบัติภารกิจในเมือง การขี่ม้าก็คล่องตัวและปราดเปรียวกว่าพวกเครื่องจักรเยอะ
พอเข้ามาใกล้
ก็เห็นชัดว่าบนหลังม้าแต่ละตัว มีทหารในชุดเครื่องแบบรบของกองทัพจิ้นหยวนนั่งอยู่
คนนำหน้าคือผู้บังคับหมวดพยัคฆ์ (เสี้ยวหมางเว่ย) ติดดาวหนึ่งดวงบนบ่า
อิ๋นฉางหมิงและคนอื่น ๆ ต่างก็ถอยร่นไปโดยสัญชาตญาณ
ทุกคนนึก