่าโหดเหี้ยมเพียงใด ยิ่งอ่อนแอ ก็ยิ่งถูกกดขี่ ดังนั้นมอบผลประโยชน์ครั้งหนึ่งแล้ว เขาก็รีบแสดงท่าทีพร้อมเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อข่มอีกฝ่าย ตามหลักทั่วไป คนธรรมดาย่อมรู้ว่าควรถอยเมื่อพอเหมาะ
แต่ปัญหาคือ ลวี่หยางมิใช่คนธรรมดา
‘ข้าถือครองคัมภีร์ร้อยชาติอยู่ในมือ ข้าเองก็เตรียมจะเริ่มต้นใหม่อยู่แล้ว เจ้าจะเอาการตายร่วมกันมาขู่ข้า? ช่างเป็นเรื่องตลก!’
แม้คิดเช่นนี้ แต่ลวี่หยางก็ยังคุมสถานการณ์ไว้ ไม่รีบหันหน้าเป็นศัตรูกับอั้งเซียวในทันที เพราะยังมีเรื่องอื่นต้องทำ
แถมจะช่วยเพียงครั้งเดียวหรือ? ช่างฝันไปเถอะ!ลวี่หยางหัวเราะเย็นในใจ ‘กว่าข้าจะได้กุมความลับนี้ไว้ จะให้ช่วยแค่ครั้งเดียวแล้วจบหรือ? ความลับนี้ ข้าจะขย้ำเจ้าตลอดร้อยชาติ!’
คิดได้ดังนี้ ลวี่หยางก็ไม่สนใจอั้งเซียวอีกต่อไป
ในเวลาเดียวกัน ฝีเท้าของเขาก็มิได้หยุดลง กระแสพลังยิ่งแผ่รุนแรง เพียงก้าวเดียวก็เหยียบเข้าสู่เจียงซี ยืนอยู่เหนือพุทธเกษตรแดนสุขาวดี
ฉับพลันนั้น ทุกสรรพเสียงเงียบงัน
ภายในแดนสุขาวดีธรรมลักษณ์แห่งสวรรค์ทิพย์ตถาคตสั่นสะท้านรุนแรง ในใจไร้ที่พึ่ง ราวกับมีภูเขาไร้รูปมหึมากดทับบนบ่า
‘ผู้นี้…แท้จริงแล้วคือเจินจวิน!’
ยามนี้ในใจของธรรมลักษณ์แห่งสวรรค์ทิพย์ตถาคตเต็มไปด้วยความจนใจ พุทธเกษตรบนแดนดินที่ควรจะมั่นคง บัดนี้กลับกลายเป็นเช่นนี้
‘เหตุใดยังมีผู้แข็งแกร่งเช่นนี้อีก!’ข้านึกว่าท่านเจินเหรินปราบมารเกินคาดแล้ว ไม่นึกว่าจะมีคนท