ว่า “ใครนะ? ถ้ามีอะไรก็มาพรุ่งนี้แล้วกัน วันนี้แผนกโลจิสติกส์ของเรายุ่งมาก”
ผู้ดูแลรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยกับคนที่มาขัดจังหวะการสนทนาของพวกเขา เสียงเคาะประตูค่อยๆ หยุดลง ผู้ดูแลเบ้ปากและมองไปที่ผู้จัดการคลังสินค้าด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ แม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรแต่คำว่า “ดูสิว่าฉันเจ๋งแค่ไหน” แทบจะสลักอยู่บนใบหน้าของเขา
“ผมสวี่เชอครับ”
วินาทีถัดมาเสียงที่สงบนิ่งดังมาจากนอกประตู สีหน้าของผู้ดูแลแข็งค้างขึ้นเรื่อยๆ เหมือนรูปปั้นที่ไร้ชีวิต
ภายในหนึ่งในพันวินาที ผู้ดูแลตอบสนองอย่างรวดเร็ว และเปิดประตูด้วยความเร็วเท่ากับการวิ่งร้อยเมตร พร้อมรอยยิ้มเหมือนดอกเบญจมาศ “อ้อ อาจารย์สวี่เชอนี่เอง ถ้ามีอะไรก็ติดต่อผมโดยตรงได้เลย ทำไมต้องมาด้วยตัวเองด้วยล่ะครับ”
ตอนนี้ผู้ดูแลเสียใจจนอยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆ ทำไมต้องมาทำเท่ตอนนี้ด้วย นี่มันเหมือนเดินเข้าไปในกับดักชัดๆ
สวี่เชอยิ้มขบขัน “ถ้าคุณยุ่ง ผมมาใหม่พรุ่งนี้ก็ได้ครับ”
สีหน้าผู้ดูแลเปลี่ยนเป็นขมขื่นและรีบขอโทษพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ได้เด็ดขาดครับ ไม่ได้เด็ดขาด! ตัวหนอนไหมไม่หยุดปั่นใยจนกว่าจะตาย เทียนไขไม่หยุดหลั่งน้ำตาจนกว่าจะมอดดับ อาจารย์สวี่เชอทุ่มเทการสอนขนาดนี้ ผมก็ควรทำงานโลจิสติกส์ให้ดี ถ้าต้องการอะไรก็สั่งมาได้เลยครับ”
สวี่เชอยิ้มบางๆ ‘แรกเจอหยิ่งผยอง พอรู้ตัวก็นอบน้อม’ ความคิดนี้ทำให้คนรู้สึก…
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขามีเรื่องสำคัญต้องทำจึงไม่สนใจ และ