จะปิดด่านก็ไม่เอ่ยสักคำ…”
ถ้อยคำสั้น ๆ เพียงไม่กี่วรรค กลับทำให้เย่เส่าอิงเม้มริมฝีปาก สีหน้าอัดแน่นจนมิอาจบรรยาย ทว่าเรื่องเช่นนี้ย่อมปิดบังไม่ได้ จึงทำได้เพียงกัดฟัน กล่าวแน่นเสียงว่า
“เจินเหรินปราบมาร…ได้หันหลังให้นิกายกระบี่ไปแล้ว อีกทั้งยังสังหารเชว่เซียเจินเหริน ข้าขอให้สหายทั้งหลาย…อย่าได้คาดหวังในตัวเขาอีกเลย!”
ถ้อยคำนี้เอ่ยออก คล้ายทั่วทั้งแดนพลันเงียบงันดั่งความตาย
เจินเหรินนิกายกระบี่ที่ได้ยินคำกล่าวล้วนตะลึงงันในที่เดิม ประหนึ่งได้ยินถ้อยคำที่ยากจะเข้าใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความเลื่อนลอย
เจินเหรินปราบมาร…ละทิ้งนิกายกระบี่?
ล้อเล่นกระนั้นหรือ!
แต่ทุกผู้ต่างก็รู้ว่า เย่เส่าอิงไม่มีทางเอ่ยถ้อยคำทำนองนี้ขึ้นลอย ๆ แม้จะยากยอมรับเพียงใด ทุกคนก็ล้วนรู้…เรื่องนี้เกรงว่าคงมิใช่เท็จ
ดังนั้น สิ่งที่ผุดขึ้นในใจถัดมาคือ—
‘แล้วเราควรทำอย่างไร?’
เจินเหรินปราบมารละทิ้งนิกายกระบี่ อีกทั้งยังสังหารเชว่เซียเจินเหริน เช่นนั้นนิกายกระบี่ในยามนี้…ก็ไม่มีแม้แต่ผู้บรรลุวางรากฐานสมบูรณ์สักคนกระนั้นหรือ?
จนถึงขณะนี้ มองใบหน้าอันเลื่อนลอยของเจินเหรินนิกายกระบี่มากมาย เย่เส่าอิงจึงเพิ่งได้ตระหนักเป็นครั้งแรกว่า อิทธิพลของเจินเหรินปราบมารในนิกายกระบี่…ยิ่งใหญ่เพียงใด
ก่อนหน้านั้น ทุกผู้ต่างเห็นว่าเขาดันทุรัง เห็นว่าเขาไม่เข้าสังคม เป็นตัวประหลาดหนึ่งในนิกายกระบี่
ทว่า…บัดนี้ เขาจากไปแล้ว
ชั่วขณะนั้น ท