มันสว่างพอที่จะทำให้สามารถมองเห็นพื้นที่โดยรอบในระยะห้าเมตร แม้ว่าแสงไฟจะทำให้ตนเองนั้นกลายเป็นจุดสนใจของมอนสเตอร์ที่อยู่ในภูเขาแต่เจมส์ก็ต้องจำใจ
เมื่อเจมส์ก้าวเข้ามาในพื้นที่ของภูเขาแห่งความมืดบรรยากาศก็เปลี่ยนแปลงไปถนัดตา อากาศเย็นและแห้ง แสงดาวที่ส่องสว่างในยามค่ำคืนค่อยๆจางหายไปโดยเงาของกิ่งก้านไร้ใบของต้นไม้
แรกๆก็ยังพอมองเห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวได้บ้างแต่เมื่อเจมส์เดินเข้าไปได้ห้าร้อยเมตรท้องฟ้าก็ถูกทดแทนด้วยกิ่งไม้สีดำที่มีความแปลกประหลาด
เดิมทีกิ่งไม้เหล่านี้ควรจะมีลักษณะเล็กแหลมและชี้ไปยังทิศทางต่างๆแต่ทว่ากิ่งไม้ในบริเวณนี้มีลักษณะคล้ายกับเถาวัลย์เกินกว่าที่จะเรียกว่ากิ่งไม้ มันคดงอและจับตัวกันเป็นปมที่ยากจะคลายออก
นอกจากนี้กิ่งไม้ที่คล้ายกับเถาวัลย์ยังแตกแขนงออกไปมากมายทำให้ปมที่พันกันยุ่งเหยิงนั้นแน่นขนัดจนเกือบจะไม่มีช่องว่างให้แสงลอดผ่าน
นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมเจมส์จึงต้องพึ่งพาคบไฟแม้ว่ามันจะทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของมอนสเตอร์ก็ตาม ถ้าหากว่าไม่มีแสงสว่างจากคบไฟ ในเวลานี้สิ่งที่เขาเห็นจะมีเพียงความมืดมิดทุกทิศทุกทาง
เดินได้เพียงไม่นานในที่สุดมอนสเตอร์ตัวแรกก็ออกมาทักทายผู้บุกรุก