ื้นขึ้นมาก่อนแล้วถึงจะรู้” เจียงหลีนั่งอยู่บนที่นั่งในตำหนักอย่างเป็นธรรมชาติ และพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
นิ้วของนางเคาะที่โต๊ะ ทันใดนั้นก็หยุดลงแล้วก็มองไปยังเจ้าอ้วนเวิน
เหมือนรู้ตัว เจ้าอ้วนเวินก็หันหน้าไปหานางแล้วโค้งคำนับอย่างนอบน้อม “ประมุขเซียน ท่านได้โปรดบัญชามา”
“ไปเอาข่าวกรองทั้งหมดของพวกราชวงศ์นั้นมาให้ข้าด้วยความเร็วที่สุดของเจ้า” เจียงหลีออกคำสั่ง
เจ้าอ้วนเวินพยักหน้า แล้วออกจากตำหนักไป
“อาหลี”
เจียงเฮ่าเปิดปากพูด แต่กลับถูกเจียงหลียกมือขึ้นขัด
นางมองพี่ชายด้วยดวงตาแวววาวที่เย็นชา “ท่านพี่ ข้ารู้ว่าท่านจะพูดอะไร แต่ว่าในระหว่างที่มู่
เหยี่ยนฉือยังไม่ฟื้นขึ้นมา พวกเรายังไม่รู้สถานการณ์ทั้งหมด ใครก็ห้ามลงมือ”
เจียงเฮ่าหุบปาก พยักหน้าอย่างเงียบๆ แล้วถอยกลับมา
มู่ชิงเหยียนหันไปมองเขา นางรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย แล้วนางก็หันไปมองทางห้องนอน
เจ้าอ้วนเวินทำงานเร็วมาก ไม่ถึงครึ่งชั่วยามเขาก็หอบข่าวกรองจำนวนมากมายกลับมาด้านใน
ในตอนที่มู่เหยี่ยนฉือเดินออกมาจากห้องนอนแล้วมาถึงหน้าตำหนัก ก็เห็นเจียงหลีนั่งอยู่บนที่นั่ง แล้วก้มหน้าอ่านเอกสารข่าวกรองที่วางอยู่บนโต๊ะ นางใช้นิ้วที่เรียวยาวเปิดเอก