ุ่นเชิดศพประเภทหนึ่ง” ประมุขวังเวิ่นฉิงพูดอย่างช้าๆ
ไหวปี้ที่อยู่ข้างๆ นางได้ยินคำพูดนี้ของนาง หันไปมองนางด้วยความตกใจ “ซือจุน ท่านจะบอกว่าเขากำลัง…”
ประมุขวังเวิ่นฉิงพยักหน้าอย่างช้าๆ แววตาเปล่งประกายและอมยิ้มอยู่ตลอดไม่รู้ว่าจะเลิกยิ้มตอนไหน “ดูแล้วพวกเขาคงจะถูกสถานการณ์บีบให้ต้องทำเช่นนั้นจริงๆ”
“เช่นนั้นนาง…” ไหวปี้เป็นกังวลมาก
ประมุขวังเวิ่นฉิงแววตาเปล่งประกาย พูดอย่างเย็นชาว่า “ขั้นพลังหลิงหวังสำนักหลีหุนจงก่อนที่จะรวมร่างกับศพคือหลิงหวังขั้นสอง หลังจากรวมร่างแล้วบางทีอาจจะบรรลุขั้นสามหรือ อสี่เลย พูดง่ายๆ ก็คือถ้า หากว่าคนในใจของเจ้าเพิ่งจะบรรลุขั้นหลิงหวัง เช่นนั้นการต่อสู้นับจากนี้ก็คงจะอันตรายมาก”
เจียงหลีเพิ่งจะบรรลุขั้นหลิงหวัง!
ในใจไหวปี้รู้ดี ตั้งแต่ตอนที่ออกมาจากดินแดนผนึกมาร เจียงหลียังอยู่ขั้นสูงสุดของหลิงจง
ตอนนี้นางเป็นห่วงเจียงหลีมาก ตะโกนบอกเจียงหลีที่ยืนอยู่กลางอากาศอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น “รีบขัดขวางเขาเร็ว! เขากำลังรวมร่างกับหุ่นเชิดศพเพื่อเพิ่มพลัง!”
บนเวทีประลอง การที่ไหวปี้ตะโกนบอกแบบนี้ที่จริงแล้วถือเป็นการผิดกฎกติกาการประลอง
เพียงแต่คำพูดที่นางตะโกนออกม