บนเวทีประลองจยาเซียน ไหวปี้เดินไปหาเจียงหลี และพูดด้วยท่าทางที่ซับซ้อน “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ”
เจียงหลีเลิกคิ้วและมองไปที่นาง
เมื่อตกอยู่ในสายตาของเจียงหลี ไหวปี้ที่ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตำหนิในตอนแรก ก็ยอมลดความขุ่นเคือง ความเป็นเดือดเป็นร้อนในตอนนี้กลับกลายเป็นการอ้อน “เจ้ารู้ไหมว่าสำนักหลีหุน จงแข็งแกร่งแค่ไหน แม้แต่ข้าเองที่เป็นวังเวิ่นฉินก็ไม่กล้าไปแตะต้อง แต่เจ้ากลับกล้าไปถอนขนบนหลังเสือ”
“ข้าเพียงแค่ท้าประลองตามกฎนี่” เจียงหลีพูดเบาๆ
ไหวปี้กล่าวอย่างกังวล “เจ้ารู้ว่าข้าไม่ได้กังวลเรื่องการท้าประลองของเจ้ากับสำนักหลีหุนจง แต่ข้ากังวลการแก้แค้นที่มาจากสำนักหลีหุนจงหลังจากการท้าประลองสิ้นสุดลงแล้วต่างหา าก ไม่ว่าเจ้าจะชนะหรือแพ้ พวกนั้น…”
เจียงหลีหรี่ตาและก้าวเข้ามาหานาง
ภายใต้แรงกดดันที่แน่นหนา ไหวปี้อดไม่ได้ที่จะถอยกลับ
“ขี้ขลาดก่อนการต่อสู้ จึงไม่น่าแปลกใจที่วังเวิ่นฉิงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสำนักหลีหุนจง”
คำพูดที่ประชดประชันเล็กน้อยของเจียงหลี เสมือนมีวัตถุหนักหล่นทับหัวใจของไหวปี้ นางจุกจนพูดไม่ออก
“ส่งเทียบเชิญท้าประลองไปยังหลีหุนจง” เจียงลีหันกลับ ขณะที่ก้าวท้าวออกไปนั้นก็ไม่ลืมสั่งการกับ