มองไปที่เจียงหลีซึ่งยังคงนั่งอยู่บนที่นั่งด้วยท่าทางมึนงง
นางดูเหมือนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในการแสดงออกของนาง นางยังคงขี้เกียจ พร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของนาง
สุ่ยชิงหยางมองนางอย่างมีความหวัง เขาเป็นนายน้อยของไท่อีเหมิน และเขาก็มาสู่ขอด้วยตนเองต่อหน้าสาธารณชน ถือว่าได้แสดงออกถึงความจริงใจอย่างมากแล้ว
“เด็กน้อย เมื่อครู่นี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ” กงเสวี่ยฮวายิ้มอย่างเคร่งขรึม และทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดนี่เสียก่อน เมื่อครู่เขาไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม เด็กคนนี้มาขอเจี ยงหลีแต่งงานหรือ
ฮ่าๆๆ!
ขอเขาหัวเราะก่อนได้ไหม แล้วค่อยคุยปรัชญาชีวิตกับเด็กตลกคนนี้
“ข้า…” สุ่ยชิงหยางตกตะลึงกับคำถามของกงเสวี่ยฮวา ทำให้รู้สึกขาดความมั่นใจอย่างอธิบายไม่ถูก อย่างไรก็ตาม หลังจากคิดดูอีกครั้ง เขามาที่นี่เพื่อขอแต่งงาน ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเขา าต้องแสดงความอดทนของเขา ให้เห็นว่าเขามีค่าคู่ควรกับประมุขเซียน ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นนายน้อยของไท่อีเหมินสามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดท่ามกลางกลุ่มอำนาจระดับล่ างทางตอนใต้ เรียกได้ว่ามีสถานะอยู่ระดับสูง ตัวตนของเขาเหมาะสมกับกลุ่มอำนาจผู้มาใหม่อย่าจยาเซียน ถือได้ว่าไม่น่