มั้นชิ้นหนึ่งที่องค์หญิงน้อยสกุลกูเย่ว์กำหนดไว้ สกุลหลิ่วเซีย ยงจะไม่รังควานได้หรือ”
ผู้อาวุโสสามได้ฟังเขาเล่าแล้วนิ่งเงียบไม่เอ่ย แววตาขบคิด
“น่าแค้นใจนัก สกุลจงซานของข้าต้องสูญเสียทรัพยากรมากถึงเพียงนี้กว่าจะจับเทียนหยาได้ แต่กลับถูกสกุลหลิ่วเซียงเอารัดเอาเปรียบ ขโมยไปต่อหน้าต่อตา” ผู้อาวุโสสี่เอ่ยอย่างเคียดแค้น นราวกับว่าเขามั่นใจว่าผู้ที่ชิงตัวเทียนหยาไปก็คือสกุลหลิ่วเซียงแห่งตงฮวง
“แต่ทว่า…พวกเรากับสกุลหลิ่วเซียงก็ลงรอยกันและไม่เคยทะเลาะวิวาทกันมาก่อน เพียงเพื่อl9iuคนเดียว ก็กล้าทำสงครามเช่นนี้ ช่างไม่คุ้มค่าเลย” ผู้อาวุโสสามยังคงรู้สึกลังเล
ผู้อาวุโสสี่กลับเอ่ยอย่างมั่นใจ “ท่านพี่สาม ท่านอย่าลืมสิ นายน้อยสกุลหลิ่วเซียงท่านนั้นเดิมทีก็เป็นแค่คนบ้า ทำเรื่องอะไรไม่คิดถึงผลที่จะตามมา ทำตามความชอบใจตัวเอง ตอนที่ พวกเรามา เขาก็เคยกล่าวไว้ว่า หากสกุลจงซานกล้าไปสู่ขอองค์หญิงสกุลกูเย่ว์ เขาก็จะไปชิงตัว”
หลิงหวงทั้งห้า ฟังผู้อาวุโสสองท่านสนทนากัน ในใจก็รู้สึกกระวนกระวายชั่วขณะ
ในเรื่องนี้ คาดไม่ถึงว่าจะพัวพันกันถึงสามสกุลใหญ่!
“ท่านผู้อาวุโสทั้งสอง ตอนนี้พวกเราจะทำเช่นไรดี” หลิงหวังคนหนึ่งถามขึ้นอ