าก็มีพื้นฐานวิชาปลุกเสกหุ่นเชิดแล้ว ไม่ต้องให้ข้าอยู่ข้างกายเจ้าตลอดเวลาหรอก เช่นนี้ หลังจากข้าสอนวิชาปลุกเสกหุ่นแล้ว เจ้าก็ฝึกฝนด้วยตนเองไปก่อน ไม่เข้าใจสิ่งใด ก็ค่อยมาถามข้าอีกที” เว่ยจี๋เอ่ย
สีหน้าของเจียงหลีมีความโมโหเล็กน้อย นางกำมือแน่น แสดงให้เห็นถึงในขณะนั้นนางอารมณ์ไม่ดีเป็นอย่างมาก เว่ยจี๋คนนี้ เมื่อพบคนหรือเรื่องราวที่เกี่ยวกับสุรา ก็จะสติแตกง่ายๆ ในทันที
“ข้าอยากทุบไหสุราเจ้าให้แตกนัก” ดวงตาคู่ของเจียงหลีหรี่ลง ยิ้มแล้วเอ่ย
“อย่านะ” เว่ยจี๋รีบเอ่ย
“อย่าอย่างนั้นหรือ” มุมปากเจียงหลีเหยียดยิ้มเหมือนคิดใคร่ครวญ
“หลังเจ้าทุบมันทิ้ง ศิษย์พี่ให้ของเจ้าจะเสียใจ ไหสุรานี้ มีเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้า” เว่ยจี๋อธิบาย
เจียงหลีค่อยหลับตาลง พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองให้สงบ
“เจียงหลี…”
เจียงหลีนิ่งเงียบไม่พูด ทำให้เว่ยจี๋อ้อนวอน “เจ้ารู้กิเลสของข้าคืออะไร หรือว่าเจ้ายอมเห็นข้าคงอยู่ในรูปแบบของกิเลสนี้ตลอดไปหรือ”
“พอได้แล้ว!” เจียงหลีลืมตา แววตาแสดงให้เห็นถึงการประนีประนอม
ขณะที่อยู่ดินแดนผนึกมาร เขาก็ถือว่าช่วยนางไปไม่น้อย ครั้งนี้ ถือว่าเป็นตอบแทนแล้วกัน
“เจ้าตอบตกลงแล้ว!” เว่ยจี๋รู้สึกตื่นเต้นอีกครั้ง
“อ