เมื่อลุกขึ้นจากพื้น เจียงหลีกลับไปพร้อมกับเว่ยจี๋
“เจ้าวางแผนให้พวกเขาพักที่ไหนหรือ” เว่ยจี๋ถามระหว่างทาง
เจียงหลีที่เล่นสนุกอยู่กับเดรัจฉานน้อยบางตัวได้ยินคำพูดของเว่ยจี๋ก็พูดโพล่งขึ้นทันที “อย่างไรเสียก็เข้ามาแล้ว ต้องรอจนกว่าประตูของดินแดนผนึกมารจะเปิด ช่วงเวลานี้ ให้พ พวกเขาฝึกฝนอีกรอบแล้วกัน”
“เจ้าไม่ไปพบพวกเขาหรือ” เว่ยจี๋ถามด้วยความประหลาดใจ
เจียงหลีส่ายศีรษะ “ไม่ดีกว่า เมื่อครู่นี้ได้เจอกันแล้ว โอกาสเช่นนี้หายากนัก ต้องรีบฝึกฝนถึงจะถูก มีเวลาพูดคุยกันอีกมากมาย ข้าต้องรีบฝึกฝนวิชาเสกหุ่นศพให้ยิ่งชำนาญมากขึ้ น”
เว่ยจี๋มองนางด้วยความประหลาดใจ ราวกับเห็นผีก็มิปาน
ในช่วงหลายปีมานี้ เจียงหลีนับได้ว่าฝึกฝนอย่างขยันหมั่นเพียรในดินแดนผนึกมาร แต่ไม่เคยกล่าวอ้างถึงพื้นฐานที่ดีของนางเลย
“เจ้าเจอผีมาหรือ” เว่ยจี๋เอ่ย
“ใช่! ข้าเจอกับวิญญาณร้ายเยี่ยงเจ้า ถือว่าเจอผีหรือไม่” เจียงหลีมองเขาและพูดหยอกเย้า
“…” เว่ยจี๋ถึงกับหมดคำพูด
ผ่านไปครู่หนึ่ง เว่ยจี๋ก็พูดขึ้นอีกครั้ง “เมื่อครู่นี้ เจ้าถูกปีศาจจับพาตัวไป พวกเขาเป็นกังวลนัก ทางที่ดีเจ้าควรไปพบพวกเขานะ”
“อืม” เจียงหลีตอบ อยู่ๆ ถามขึ้นว่า “เว่ยจี๋ เจ้าเคย