“เอ๋ พวกท่านดูสิ นั่นคือเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ไหวปี้แห่งวังเวิ่นฉิงใช่หรือไม่ นางก็มากับเขาด้วยหรือ!”
ในขณะที่กลุ่มคนกำลังสนทนากันเสียงเบา อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเอ่ยเตือน จึงพากันเงยหน้ามองไปทางสตรีรูปงามร่างอรชรอ้อนแอ้นที่ลงมาจากหลังนกปี้อวิ๋น
“แหะๆ เป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ไหวปี้จริงๆ ด้วย!”
“ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่านางจะมากับเขาด้วย”
“นางมาได้อย่างไร”
หลังจากไหวปี๋ลงมาที่แนวโขดหิน นางก็ไม่ได้ทักทายใครสักคน นางเดินตรงไปที่กลุ่มคนของฮวงเสินด้านนั้น แต่ความจริงแล้ว ตรงนั้นนอกจากจะมีกลุ่มของฮวงเสินแล้วก็ยังมีกงเสวี่ยฮวา จากวังเทียนอู่กงและฉินเทียนอีจากตำหนักหลีหั่วอีกด้วย ดังนั้นการเคลื่อนไหวของนางไม่นับว่ากะทันหันเท่าไหร่นัก แต่ก็ดึงดูดความสนใจผู้คนได้อีกครั้งเช่นกัน
“ช่วงนี้วังเวิ่นฉิงกำลังยุ่งอยู่กับการทำสงครามกับสำนักหลีหุนจงมิใช่หรือ ได้ยินมาว่า แว่นแคว้นดินแดนเล็กๆ ที่อยู่ภายใต้การปกครองต่างโกลาหลจนเละเป็นข้าวต้ม เกิดการปะทะกันครั งใหญ่อยู่หลายครั้ง คิดไม่ถึงว่านางยังมีกะจิตกะใจมาที