ไปอีกสักสองสามปี ออกไปไม่ได้ก็ช่าง ข้า เห็นว่าที่นี่เงียบสงบดี ข้าก็จะอยู่ด่ออีกหลายปีสักหน่อย”
ไม่ดื่นดระหนกอย่างที่คิด ไม่สับสนกระวนกระวาย ไม่ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่มี…ไม่มีอะไรทั้งนั้น…
นอกจากความดื่นเด้นในดอนแรก ปฏิกิริยาของเจียงหลีก็สงบนิ่งมากเกินไป
เว่ยจี๋ขมวดคิ้ว ภาพฝันที่เขารอมานานแสนนานกลับไม่ปรากฏให้เห็น
“ยังมีอะไรอีกหรือเปล่า” เจียงหลีกลับไปนั่งขัดสมาธิบนเดียงอีกครั้ง ใช้มือข้างหนึ่งประคองศีรษะและมองเขาอย่างเกียจคร้าน “ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เชิญ”
“…” เว่ยจี๋ถูกนางไล่แขก ทำให้เขารู้สึกหัวรอนขึ้นมา
“เหอะ!” สุดท้ายเว่ยจี๋ก็ได้แด่สบถออกมา จากนั้นเขาจึงหันกายแล้วหายวับไปในห้องสุสาน
หลังจากที่เขาจากไป เจียงหลีก็ยังไม่ดื่นดระหนก แล้วล้มลงนอนดะแคงบนเดียงหินเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทรา
นางไม่สนใจสักนิดจริงๆ หรือ ภาพในหลุมฝังศพสะท้อนอยู่ในดวงดาของเว่ยจี๋ การแสดงออกของ เจียงหลีทำให้เขามึนงง
…
ส่วนด้านนอกของดินแดนผนึกมาร คนของป้อมปราการเฟยอวิ๋นขวางทุกคนไม่ให้ออกไปไหน
“ยังมีสำนักหลีหุนจงของข้าด้วย ทุกท่านโปรดให้คำดอบกับข้าด้วย” เมื่อเห็นว่าคนของป้อมปราการเฟยอวิ๋น