ำให้ดวงตาของจู๋เยี่ยนเย็นชาลง ความเกลียดชังกระจายอยู่ระหว่างคิ้ว “เจ้าอย่าไม่รู้จักชั่วดี! หากมิใช่ว่าเจ้าเป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเวิ่นฉิง เจ้านึกว่าข้าจะมองเจ้าอย่างนั้นหรือ”
ไหวปี้หัวเราะเยาะเย้ยถากถาง “ไอ้ผีน้อยแห่งสำนักหลีหุนจงนี่ ก็เป็นเพียงแค่ศิษย์ชั้นต่ำคนหนึ่งสิไม่ว่า”
จู๋เยี่ยนยิ้มอย่างดุร้าย รอยยิ้มนั่นทำให้ไหวปี้รู้สึกขนลุกซู่ รวมไปถึงรู้สึกเย็นวูบอยู่รอบๆ
ระดับการฝึกฝนของจู๋เยี่ยนสูงกว่านาง และยังได้ยินมาว่า ก่อนจะมาที่ดินแดนผนึกมารนี้ เขาเพิ่งจะฝึกฝนถึงระดับหลิงหวัง ดังนั้น ถึงแม้เขาจะไม่มีหุ่นเชิดอยู่ในมือ ไหวปี้ก็มิใช่คู่ต่อสู้ของเขาเช่นกัน
จากการหยั่งเชิงเมื่อครู่ ได้ยืนยันความคิดของไหวปี้แล้ว
“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังถ่วงเวลา แต่ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าอยู่ที่นี่จะมีใครมาช่วยเจ้าได้” จู๋เยี่ยนมองด้วยสายตาดุร้ายและค่อยๆ เข้าใกล้ไหวปี้
ดวงตาไหวปี้ฉายแววตกใจ และถอยหลังไปด้านหลังอย่างเงียบๆ
นางถ่วงเวลาไว้จริงๆ อยากหาโอกาสหนีไป กลับคิดไม่ถึงว่าจู๋เยี่ยนมองทุกอย่างออกแล้ว
“ถอดใจเสียเถอะ วิญญาณชั่วร้ายของที่นี่เพิ่งจะเข้าจำศีลได้ไม่นาน ต้องรอเป็นเวลาครึ่งวันถึงจะออกจากการจำศีล พอดีเลย ครึ่งวันนี้ ใ