านตาคู่นั้นดูเหมือนจะปรากฏลมปราณแห่งการส่งเสียงเรียกในบรรพกาลออกมา
อ๊าก!
ฉินเทียนอีซึ่งถูกล้อมรอบตรงกลางตะโกนขึ้นในทันใด พลังวิญญาณอันแข็งแกร่งระเบิดออกจากร่างกายของเขา จนในที่สุดก็โยนวิญญาณชั่วร้ายเหล่านั้นออกไป
“ข้าไปเหยียบหางใครเข้า! ทำไมคนที่เจ็บตัวมักเป็นข้าเสมอ” ฉินเทียนอีอดหดหู่ใจไม่ได้หลังจากรวมตัวกับเจียงหลีได้ในที่สุด
มุมปากของเจียงหลีกระตุกเล็กน้อย ดวงตาเฝ้ามองวิญญาณชั่วร้ายทั้งหลายที่การเคลื่อนไหวช้าลงกะทันหันอย่างระมัดระวัง “ข้ารู้สึกว่าวิญญาณชั่วร้ายเหล่านี้กำลังถูกควบคุม”
“อะไรนะ ถูกควบคุมหรือ! ” ฉินเทียนอีประหลาดใจและครุ่นคิดทันที “หรือว่าละแวกนี้มีคนของหลีหุนจงซ่อนตัวอยู่ ต้องการยืมมือของวิญญาณชั่วร้ายโจมตีพวกเรา” กลุ่มอำนาจที่สามารถควบคุมเหล่าภูตผีได้นั้น ฉินเทียนอีนึกถึงคือสำนักหลีหุนจงเป็นกลุ่มแรก
แต่เจียงหลีกลับส่ายศีรษะ “นี่เหมือนแกล้งกันมากกว่า หากเป็นกลุ่มของหลีหุนจงจริงๆ จะมีเวลามาแกล้งพวกเราสองคนเช่นนี้หรือ”
ฉินเทียนอียิ้มอย่างเย็นชา “สำหรับเจ้าแล้ว มันอาจเป็นแค่การหยอกล้อ แต่สำหรับข้าแล้ว…มันเป็นการประสงค์ร้ายขั้นรุนแรง”
พอพูดจบ เขายกมือลูบรอยฟกช้ำที่มุมปากเบาๆ