ฮวงเสินให้เร็วที่สุด” เสิ่นฉงยิ้มกริ่มเอ่ยออกมา
ต่อมา จึงเบี่ยงสายตาหันมามองทางเจียงหลี เอ่ยถามขึ้นมาด้วยใบหน้าที่สุภาพอ่อนน้อม “ใช่แล้ว ไม่ทราบว่าศิษย์น้องเล็กมีนามว่าอะไร”
“เจียงหลี” เจียงหลีเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
แต่ไม่รู้ทำไม นางถึงรู้สึกว่าคนในตำหนักเย่า ล้วนแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก
ยังมีอีกจุดหนึ่ง…ก็รู้สึกว่าพวกเขาต่างมีพลังที่เก่งกาจ ไม่ต้องพูดถึงท่านประมุข แค่สามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก็ทำให้นางมีความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหวลึก
พฤติกรรมเช่นนี้ของนาง ที่อยู่ต่อหน้าของเขา ดูเหมือนจะไม่สำคัญเลยแม้แต่น้อย
“เจียงหลีรึ แซ่เจียงของเจ้า มีความหมายว่าต้นน้ำที่สายน้ำไหลผ่านเป็นทางยาว หลีนั้นมีความหมายว่าสีสันของอัญมณี โปร่งแสงเป็นประกายแวววาว งดงามและหลากสี เป็นชื่อที่ดีจริงเชียว!” ซีไหลรีบแย่งพูดขึ้นมาก่อน
ชายทั้งสาม ค่อยๆ ล้อมเจียงหลีไว้ จนดันท่านประมุขผู้เฒ่าไปอีกด้านหนึ่ง
“ท่านอาจารย์ ท่านอายุมากแล้ว ไม่ควรที่จะเหน็ดเหนื่อย ท่านรีบกลับไปพักเถิด” คุนอู๋ไม่ลืมที่จะเอ่ยประโยคที่รนหาที่ตายขึ้นมาก
“…” เจียงหลี
“…” ท่านประมุข
ต่อมา เพื่อไม่ให้ท่านประมุขมีโอกาสได้พูด