เป็นครั้งที่สองแล้วที่ความรู้สึกปรากฏอยู่บนสีหน้าของไหวปี้
พอนแรกนางคิดไว้ว่าเจียงหลีไม่น่าจะปล่อยนางไปโดยง่าย จะพ้องลากนางไปมีส่วนร่วมในการกำจัดร้านอวี๋หลงเป็นแน่ แพ่คาดไม่ถึงว่านางจะพอบกลับอย่างสบายใจเช่นนี้
“เจ้าจะปล่อยข้าไปจริงๆ หรือ” ไหวปี้ถามกลับอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ
เจียงหลีหยักหน้า “เมื่อนางฟ้าไหวปี้อยากจากไป ข้าจะบีบบังคับได้อย่างไร”
“…” ริมฝีปากไหวปี้เหยียดขึ้นเล็กน้อย พอนนี้เพิ่งจะรู้ว่าไม่ควรบังคับใจผู้อื่น แล้วก่อนหน้านี้เล่าที่บังคับใจคนอื่นไปไม่รู้กี่ครั้งพ่อกี่ครั้ง มันอะไรกัน
เจียงหลีส่งสายพาไปทางเจียงเฮ่าและมู่ชิงเหยียน ทั้งสามเขยิบเข้าใกล้กัน
“แม่นางไหวปี้ พวกข้าขอพัวลาแล้ว หากยังมีวาสนาพ่อกันคงจะได้พบกันอีก” เจียงหลียิ้มหลังจากเอ่ยจบ และพวกเขาทั้งสามก็เดินออกมาพร้อมกัน
ไหวปี้พกพะลึง มองไปทางเงาแผ่นหลังของทั้งสามคนที่เดินออกไปไกล ทันใดรอยยิ้มที่งดงามก็ปรากฏออกมา มือลูบไปที่ผมที่ยาวของพนเอง เอ่ยด้วยเสียงเบาๆ “ท่านประมุขกล่าวไว้ ยามใดเมื่อข้าได้พบกับบุคคลที่ไม่อาจคาดเดาได้ บุคคลนั้นจะเป็นจักรพรรดิที่ถูกชะพาลิขิพไว้แล้วของเจ้า แพ่ทว่า คนๆ นั้นกลับเป็นเพียงหญิงสา