ยาม
ไหวปี้เงยหน้า กะพริบตาให้เขา แล้วพูดอย่างไร้เดียงสาว่า “เจ้าไม่ชอบข้า ทำไมข้าต้องปล่อยให้เจ้าพึ่งพาด้วย จะให้เจ้าเอาเปรียบอย่างนั้นหรือ” หลังจากนั้นพูดจบ นางไม่ลืมที่จะส่งสายตาหวานไปที่เขา
“ไร้ยางอายสิ้นดี!” ใบหน้าของเจียงเฮ่าเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที
น้ำเสียงที่คลุมเครือของนาง ทำให้คนคิดไปในทางที่ไม่ดีได้ง่าย สิ่งนี้ทำให้เจียงเฮ่ามองไปทางมู่ชิง
เหยียนโดยไม่รู้ตัว แต่กลับมองเห็นนางยืนนิ่งอยู่กับที่โดยแยกไม่ออกว่ากำลังมีความสุขหรือโกรธอยู่กันแน่
“นางฟ้าไหวปี้ร่วมเดินทางกับพวกเราต่อเถิด หากพวกเราเปิดเผยที่อยู่ของแม่นางโดยไม่ได้ตั้งใจ มันจะดูไม่ดี” เจียงหลียิ้มมุมปาก แต่ดวงตากลับเปล่งประกายด้วยแสงที่มิอาจขัดขืนได้
ร่างกายของไหวปี้เริ่มแข็งทื่อ การแสดงออกผิดธรรมชาติไปเล็กน้อย
พวกเจียงหลีทั้งสามรู้ตื้นลึกหนาบางของนางหมดแล้ว แต่นางกลับไม่รู้ความเป็นมาของพวกเขาทั้งสามเลย หากคนของหลีหุนจงรู้ว่าคนของวังเวิ่นฉิงสืบมาถึงที่นี่ พวกเขาคงต้องฆ่านางปิดปากเป็นแน่
ใบหน้าของไหวปี้หวาดระแวง สุดท้ายทำได้เพียงโกรธเกลียดในใจและกระทืบเท้าใส่เจียงหลีด้วยความเคียดแค้น “ชาติที่แล้วข้าคงติดหนี้เจ้า”
เจียงหลียิ้ม “ชาตินี้