ของเจียงหลียามนี้ มหาปุโรหิตท่านนี้ที่ไม่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงมีความน่าหวาดกลัวเสียยิ่งกว่าประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงอีก
เจียงหลียิ้มเย็นเฉียบ
นางสามารถถอนยันต์ธาราทมิฬออกจากร่างได้อย่างไร แน่นอนว่านางไม่อธิบายให้สองคนนี้ฟังหรอก
แต่ประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงกลับหัวเราะอย่างมาดร้าย “นางมีความสามารถลบยันต์ธาราทมิฬได้หรือ… หึ ท่านดูนางสิ มีวิญญาณยุทธ์ขั้นหนึ่งถึงสีดวงทั้งยังเป็นสามประเภทร่วมฝึกด้วย แล้วไหนจะการโจมตีเมื่อครู่อีก”
“นั่นคือพลังควบคุมจิต” ในน้ำเสียงของมหาปุโรหิตนั้นเต็มไปความโลภโมโทสัน
“พลังควบคุมจิต” ประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงหรี่ดวงตาทั้งสอง ประกายริษยาตาร้อนกะพริบไหวผ่านม่านตาของเขา “ล้วนเป็นสมบัติล้ำค่า! จับตัวนางไว้ดึงวิญญาณยุทธ์ของนางออกมาแล้วบีบบังคับให้นางบอกความลับของนาง”
มหาปุโรหิตพยักหน้าช้าๆ
ทันใดนั้นลมปราณของทั้งสองพลันเปลี่ยนไป ความเกรงขามอันน่าสะพรึงกลัวของหลิงหวังทั้งสองกดทับร่างของเจียงหลี
ทันใดนั้นเจียงหลีก็สัมผัสได้ถึงความมืดดำที่ครอบงำรอบด้าน
ความรู้สึกเย็นยะเยือกแปลกๆ ภายใต้แรงกดดันอันหนักหน่วงทำให้เจียงหลีเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว แสงที่มืดมนส่องผ่านยามราตรีกลาย