้าลงมือ เจ้าจะไม่มีโอกาสได้แสดงศักยภาพ” เจียงหลีพูดด้วยความจริงใจ
“เหอะ! คุยโวอย่างหน้าไม่อาย!” มู่เหยี่ยนฉือส่งเสียงแสดงความไม่พอใจ เขาควงศาสตราวุธที่อยู่ในมือ แล้วพุ่งเข้าโจมตีเจียงหลีอีกครั้ง เขาจับศาสตราวุธของเขาไว้แน่น จนมีพลังที่รุนแรงปกคลุมอยู่ทั่วศาสตราวุธ
ที่ๆ ศาสตราวุธฟาดฟันไป ทำให้พื้นเวทีประลองเปิดออก เป็นร่องรอยที่รุนแรง
ร่างของเจียงหลีเป็นดั่งภาพมายา เคลื่อนไหวอยู่บนเวทีประลองอย่างต่อเนื่อง ไม่ปะทะโดยตรงกับมู่เหยี่ยนฉือ
แฮ่กๆ! เสียงๆ หนึ่งดังขึ้น ผู้คนเห็นเพียงแค่แสงสีแสงที่กะพริบบนเวทีประลอง
“อืม เจียงหลีรับมือแบบนี้ ไม่ปะทะตรงๆ แล้วค่อยหาโอกาส”
“ไม่เลว! นี่ก็คือกลยุทธ์การต่อสู้ มู่เหยี่ยนฉือนั่นถนัดแต่การจู่โจมซึ่งหน้า แต่ไหนแต่ไรมาก็ต่อสู้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน”
“แม่นางเจียงหลีช่างฉลาดปราดเปรื่องยิ่งนัก!”
เหล่าลูกศิษย์ชายของวังเทียนอู่กงต่างพากันหาเหตุผลที่เหมาะสมสำหรับการ ‘หลบเลี่ยง’ ของเจียงหลี
ส่วนเหล่าลูกศิษย์หญิงกลับมองด้วยความเหยียดหยาม และต่างพากันพูดถากถาง
“กลยุทธ์การต่อสู้อะไรกัน ก็เห็นๆ อยู่ว่าเอาชนะไม่ได้!”
“ยังจะบอกว่าฉลาดปราดเปรื่องอีกรึ แบบนี้เรียกว่าขี้ขลาดเหมือนหนูต่าง