เขายังเชิดหน้าด้วยความภาคภูมิใจ
“หนึ่งเดือนเชียวหรือ นานมาก! เช่นนั้นเจ้าก็รักษาสถิติไว้ได้อย่างแน่นอน” มู่ชิงเหยียนพูดด้วยรอยยิ้ม นางช่างอยู่เป็น ไม่ได้ถามกงเสวี่ยฮวาว่าได้เรียนรู้ทักษะการต่อสู้อะไรมาบ้าง
แต่ทว่า นางกลับคิดไม่ถึงว่าหลังจากที่พูดคำนี้ออกไป ทำให้กงเสวี่ยฮวาที่ท่าทางภาคภูมิใจหยุดชะงักทันที
“เจ้า…เป็นอะไรไป” สีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ทำให้มู่ชิงเหยียนตกใจ คิดว่าตัวเองพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไป
กงเสวี่ยฮวาพูดออกมาด้วยความโศกเศร้าเสียใจว่า “เดิมทีข้าคือที่หนึ่ง! แต่ว่าเมื่อสองสามปีก่อน ได้มีลูกศิษย์ของวังเทียนอู่กงคนหนึ่ง เขาคือปีศาจจริงๆ คิดไม่ถึงว่าแค่เขานั่งในหอดูดาวก็ปาไปเดือนครึ่งแล้ว! ทำลายสถิติของข้าลง!”
ฮ่าๆๆ มู่ชิงเหยียนขำสีหน้าท่าทางของเขา
เจียงหลีก็พูดด้วยความขำขันว่า “เช่นนั้นก็ต้องยินดีกับวังเทียนอู่กงที่มีปีศาจนะ”
กงเสวี่ยฮวามองแรงใส่นางไปทีหนึ่ง “เจ้าไม่ซ้ำเติมคนอื่นจะตายหรืออย่างไร!”
เจียงหลียิ้มแต่ไม่พูดอะไร
กงเสวี่ยฮวามองมู่ชิงเหยียนแล้วพูดว่า “อ่อ ใช่แล้ว เขาคนนั้นก็แซ่มู่เช่นกัน ไม่แน่ว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน พวกเจ้าอาจจะมีบรรพบุรุษเป็นคนเดียวกัน”
“แซ่มู