กงเสวี่ยฮวากลับตื่นเต้นขึ้นมา
เจียงหลีมองเขาด้วยความแปลกใจ “เจ้าจะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น เจ้าจะช่วยข้าจัดการศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันกับเจ้าหรือ”
“เปล่า! ข้าดูเป็นคนเลวทรามไร้ยางอายขนาดนั้นเชียวรึ” กงเสวี่ยฮวารีบอธิบาย “ข้าก็แค่อยากรู้ว่าหากปีศาจอย่างพวกเจ้าสองคนปะทะกัน ใครจะชนะ”
“ถ้าหากคนที่แพ้ต้องตาย เจ้ายังอยากดูอยู่หรือไม่” เจียงหลียิ้มตาหยีแล้วมองเขา
เอ๊ะ!
กงเสวี่ยฮวาสีหน้าเปลี่ยนไป “เจ้าคือเพื่อนของข้า ส่วนเขาคือศิษย์เอกในวังเทียนอู่กงของข้า ห้ามมีใครตายทั้งนั้น คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะมีความเคียดแค้นต่อกันขนาดนี้ ดูแล้วข้าคงต้องระวังหน่อย ไม่ให้พวกเจ้าเจอกันในวัง”
“ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากเช่นนั้น จะมาในรูปแบบไหน ก็มีวิธีรับมือ” เจียงหลีพูดอย่างเย็นชา
กงเสวี่ยฮวามองมู่ชิงเหยียนที่เงียบตลอด ถามด้วยความสงสัยว่า “มู่เหยี่ยนฉือคนนั้นเป็นศัตรูของเจียงหลี แล้วกับเจ้าล่ะ”
มู่ชิงเหยียนไม่ได้สนใจเขา แต่กลับเงยหน้ามองเจียงหลี “เขาคงไม่สนใจเรื่องบุญคุณความแค้นเหล่านี้หรอก ข้ากับเขาไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความรู้สึกอะไร”
ความหมายในคำพูดของนางก็คืออยากจะหลีกเลี่ยงการปะทะกันของเจียงหลีและมู่