ี่กำแพงใสและเรียบเนียนราวกับหยกพร้อมแนะนำให้เจียงหลี “นั่นคือซากกำแพงอวิ๋นเมิ่ง ช่างสวยงามเหลือเกิน!”
เจียงหลีพยักหน้าเห็นด้วย
รอบๆ กําแพงที่เหมือนหยกขาวนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม สีเขียวและสีขาวสว่างไสวราวกับอัญมณีหยกก็มิปาน
บนซากปรักหักพังของกำแพงตรงจุดแตกหักนั่นมิรู้ว่าผ่านลมผ่านฝนมากี่ปีแล้ว ตอนนี้ได้กลมหม่นเต็มไปด้วยเถาวัลย์และตะไคร่น้ำ เมื่อลมพัดกระเพื่อมกระพือ ช่างงดงามยิ่งนัก
“ดูสิ คนพวกนี้คือคนที่มาภาวนาต่อซากกำแพงอวิ๋นเมิ่งน่ะ” กงเสวี่ยฮวาเลิกคิ้วขึ้น มองไปยังผู้คนที่อยู่ใต้กำแพง
เจียงหลีกวาดตามองคนบนลานกว้าง ที่มีประมาณพันคน ในเวลานี้นางนึกถึงคำพูดของกงเสวี่ยฮวาอีกครั้ง หากไม่ใช่เทียนเจียวไม่สามารถมองกำแพงได้
นางหัวเราะและกล่าวว่า “มีเทียนเจียวมากขนาดนี้เชียวรึ”
กงเสวี่ยฮวาได้ยินคำพูดเยาะเย้ยของนาง เลยเสริมไปอีกหนึ่งประโยค “ดังนั้น ซากกำแพงอวิ๋นเมิ่งยังเป็นที่รู้จักกันในนามหินทองทดสอบเทียนเจียวอีกด้วย”
อ่า!
เจียงหลีนิ่งไปครู่หนึ่งก็ดึงสติกลับมาได้ทันทีและเผยรอยยิ้มออกมา
“ออกไป! และไปให้พ้น!”
“ไสหัวไป! หัวหน้าศิษย์ของเขาเฟิ่งอู่ซานอยู่ที่นี่ พวกเจ้ายังกล้าครอบครองที่นั่งท