หลังออกมาจากวิหารหลวง สาวใช้ก็พาพวกนางกลับไปห้องโถงด้านข้างที่อาศัยอยู่
แต่เจียงหลีก็ยังเก็บความสงสัยมาเต็มกระบุง นางครุ่นคิดและเมื่อเห็นว่าซู่ซินเดินเข้าห้องไปแล้วนางจึงเดินตามชิงหว่านเข้าไปในห้อง
“เจ้า!” เจียงหลีที่เข้าห้องตามมาทำให้ชิงหว่านตกใจ
“อย่ากลัว ข้าแค่อยากถามอะไรเจ้าเล็กน้อยเท่านั้น” เจียงหลีเป็นฝ่ายเริ่มเอ่ยก่อน
ชิงหว่านค่อยๆ เบาใจลงมาบ้าง แต่สีหน้ายังคงซีดเผือดจนแทบดูไม่ได้
เจียงหลีสำรวจสีหน้าของนางครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม “เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม” ดูเหมือนหลังจากได้ยินคำว่า ‘ยันต์คงคาทมิฬ’ สีหน้าของชิงหว่านถึงได้แย่ลงเช่นนี้
ทั้งปฏิกิริยาของนางเมื่อครู่นี้เห็นได้ชัดว่ารู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดี
ชิงหว่านเม้มริมฝีปากส่ายหน้า นางพยายามข่มความตื่นตระหนกในแววตาของนางให้สงบลงแต่กลับทำไม่สำเร็จเท่าใดนัก “เจ้าอยากถามอะไร ข้าก็แค่มาก่อนหน้าเจ้าไม่กี่วันเอง”
ท่าทางแสดงความบริสุทธิ์อย่างร้อนรนของนางทำให้เจียงหลีต้องขยับเข้าไปใกล้หนึ่งก้าวแล้วเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “ไม่ต้องวิตกกังวล ข้าไม่ทำให้เจ้าลำบากเดือดร้อนหรอก”
ชิงหว่านกัดริมฝีปากและยังอยู่ในอาการตกอกตกใจ
เมื่อเห็นท่าทางประหม่าของนาง เจียงหลีจึงครุ่นนิดครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มเอ่ยถามจากคำถามที่ง่ายที่สุดก่อน “สำนักพรตเสวียนหมิงยอดเยี่ยมหรือไม่ กลุ่มอำนาจอยู่ในระดับไหนรึ”
ชิงหว่านเงยหน้าขึ้นอย่างตะลึงและมองนางด้วยค