ย”
“วันนี้เขาเฟิ่งอู่ซานของพวกเจ้าทําให้ข้าได้มีประสบการณ์เพิ่มขึ้นจริงๆ!” กงเสวี่ยฮวากล่าวอย่างยิ้มแย้ม
แผ่นหลังของเฟิ่งเอ้อร์เย็นเยียบ และหยาดเหงื่อเย็นหยดลงมาจากมุมขมับของเขา “นี่….นี่เป็นแค่เรื่องไร้สาระของพวกที่โง่เขลาทั้งนั้น”
“เรื่องไร้สาระหรือ” กงเสวี่ยฮวาพูดอย่างสนุกสนาน
เฟิ่งเอ้อร์ยิ้มอย่างไม่เต็มใจ แต่ทำได้เพียงพยักหน้า
“ได้ ข้าจะถือว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ เช่นนั้นตอนนี้เราไปกันได้หรือยัง” กงเสวี่ยฮวามองเขาอย่างติดตลก
“แน่นอนๆ! แท้จริงแล้วซากกำแพงอวิ๋นเมิ่งนี่ก็ไปมาได้ตามใจ นายน้อยพูดเกินไปแล้ว แต่นายน้อยยากที่จะมาเยือนเขาเฟิ่งอู่ซาน ไม่ไปนั่งพักหน่อยหรือ และให้เราได้แสดงความเคารพต่อมิตรภาพในฐานะของเจ้าบ้าน” เฟิ่งเอ้อร์รีบพูด
ขณะเดียวกัน ภายใต้การชี้นําจากสายตาของเขา คนที่ล้อมวงไว้อย่างแน่นหนาก็ถอยไปด้านข้าง แล้วหยุดวงล้อม
“ท่านลุงรอง ท่านบ้าไปแล้วหรือ ปล่อยพวกเขาไปได้อย่างไร! นางคนนั้นเป็นคนฆ่าเฟิ่งเทียน!” เฟิ่งเซียนตะโกนออกมาด้วยสีหน้าดุร้าย ดวงตาอาฆาตของนางมองไปที่เจียงหลี
ดวงตาของเฟิ่งเอ้อร์เป็นประกาย เขาเงยหน้าขึ้นมองเจียงหลีที่กําลังเก็บตัวอยู่อย่างเงียบๆ