็เตรียมพร้อมสู้เช่นกัน
เห็นท่าทางไม่เกรงกลัวเลยของเจียงหลีแล้ว เฟิ่งเทียนก็หัวเราะออกมาและกัดฟันพูด “รนหาที่ตายจริงๆ อีกเดี๋ยวอย่าร้องไห้ร้องขอชีวิตต่อข้าแล้วกัน”
“เจ้าช่างพูดมากเสียจริง” เจียงหลีหงุดหงิด
“นี่เจ้า!” ดวงตาของเฟิ่งเทียนจ้องเขม็ง ความโกรธของเขาแทบจะพุ่งออกจากตา พลังวิญญาณในร่างกายของเขากำลังคำราม รวมถึงวิญญาณยุทธ์ที่อยู่ด้านหลังก็คำรามเสียงยาวตามๆ กัน
ทันใดนั้น เขาก็พุ่งไปทางเจียงหลีอย่างกะทันหัน
ดวงตาของมู่ชิงเหยียนหนักแน่นกำลังจะต้านกลับไปแต่กลับถูกลมพันรอบเอวของนาง ดึงนางกลับไปยังด้านหลังของเจียงหลี
แต่เจียงหลียังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ ผมยาวของนางปลิวไปตามสายลมและเสื้อคลุมของนางก็เริ่มปริแตกเปรี๊ยะๆ
นางรู้สึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่จากตัวเฟิ่งเทียน นอกจากนี้ยังเห็นถึงความดุร้ายและเจตนาฆ่าจากท่าทางของเขาด้วย
แต่แล้วอย่างไรเล่า
ในเบื้องลึกของเจียงหลี ดาบสองเล่มกำลังหมุนอย่างรวดเร็ว นางผู้ไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดิน นับประสาอะไรกับเฟิ่งเทียน
พรวด! เมื่อพลังอันน่าสะพรึงกลัวจากเฟิ่งเทียนกำลังเข้าใกล้เจียงหลีนั้น นางก็ก้าวออกไปก้าวหนึ่ง และพ่นคำหนึ่งจากริมฝีปากสีแดงของนาง
คำๆ นี้ ราวกับว่