ทำร้ายคน ข้าก็จะสับอุ้งเท้าของเจ้า!”
ขนบนกระดูกสันหลังของเจ้าเปี๊ยกลุกขึ้นและมันก็ส่งเสียงคำรามแหบพร่าออกมาจากลำคอ
“พวกเจ้ากำลังทำอะไร”
ในขณะที่การต่อสู้กำลังจะเกิดขึ้น ทันใดนั้นก็มีเสียงดังแทรกขึ้นมา
การปรากฏตัวของเสียงนี้ทำให้หูแหลมของเจ้าเปี๊ยกกระดิกเล็กน้อย มันจำเสียงนี้ได้…แล้วก็ไม่ใช่คนดีอะไรเช่นกัน แววตาของเจ้าเปี๊ยกจมดิ่ง
มันไม่ได้สนใจว่าใครมา แต่คนอ้วนผอมทั้งสองคนเปลี่ยนสีหน้าหลังจากได้ยินเสียงของคนๆ นี้
ชายร่างผอมแสดงสีหน้าเย็นชา ส่วนชายร่างท้วมก็ถอนพลังวิญญาณของเขาออกไป ทั้งสองหันกลับมาและในเวลาเดียวกันก็ทักทายคนที่มาจากความมืด “ศิษย์พี่หัน”
คนที่มาเป็นหันอวี้พอดี
เขาไพล่มือแล้วค่อยๆ ย่างก้าวออกมาจากเงามืดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งและเชิดคางอย่างเย่อหยิ่ง “อืม ดึกขนาดนี้ พวกเจ้าออกมาเพ่นพ่านข้างนอกทำไม”
“ศิษย์พี่โปรดอย่าเข้าใจผิด พวกเรากำลังกลับห้องพอดี เพียงแต่จู่ๆ เจอเจ้าเดรัจฉานน้อยตัวนี้ถึงได้ล่าช้า” ชายร่างผอมรีบเอ่ยขึ้น
ชายร่างอ้วนรีบพูดต่อ “ใช่! พี่หัน เจ้าเดรัจฉานน้อยตัวนี้ดูไม่เป็นอันตราย แต่มันดุร้ายมาก ศิษย์พี่เห็นไหมว่ามันกัดมือศิษย์พี่เถียนจนกลายเป็นเช่นนี้แล้ว” หลังจากพูดจบเขาก็ไม่ลืมที่จะดึงมือที่ได้รับบาดเจ็บของชายร่างผอมเขายื่นให้หันอวี้
น่าเสียดายที่หันอวี้ไม่ได้มองมันเลย แต่กลับมองไปที่เจ้าเปี๊ยกที่หล่นลงพื้นแทน
“เอ๋ นี่มันสัตว์เลี้ยงของธิดาสวรรค์มิใช่รึ” หัน