เจ้าเปี๊ยกถูกเจียงหลีกอดเอาไว้ในอ้อมแขนแล้วนอนบนเตียงเดียวกัน
หญิงสาวที่มีเสน่ห์ยั่วยวนเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว ส่วนเจ้าเปี๊ยกกลับนอนไม่หลับ ปลายจมูกแหลมของมันยังคงวนเวียนกับกลิ่นหอมบนเรือนร่างของนาง
นั่นไม่ใช่กลิ่นหอมฉุน แต่เป็นกลิ่นกายหอมธรรมชาติของหญิงสาว
ท่าทางการนอนหลับของนางสงบนิ่งมาก ไม่แยกเขี้ยวขู่ฟ่อๆ และขี้แกล้งคนเหมือนตอนที่นางตื่น
แต่ทว่าทุกครั้งที่นางหายใจหน้าอกของนางพองขึ้นและยุบลง
ใบหน้าของเจ้าเปี๊ยกแนบกับก้อนเนื้อนุ่มนิ่มพอดิบพอดี รสสัมผัสเช่นนี้มันช่าง…
ฟืดดด!
เดรัจฉานน้อยสูดเอาไอร้อนในโพรงจมูกกลับเข้าไปอย่างรุนแรง เป็นครั้งแรกที่มันนึกเสียใจว่าทำไมมันถึงเลือกรูปลักษณ์ในปัจจุบันนี้
ดังที่เจียงหลีกล่าวแม้ว่ามันจะกลายเป็นสัตว์ร้ายจริงๆ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
เจ้าเปี๊ยกที่ไม่ง่วงนอนเลยสักนิดเบิกตาโต ในส่วนลึกของลูกตาเคลือบใสควบแน่นไอสังหารที่เฉียบคม ทว่าเจตนาฆ่าไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ใครแต่อยู่ที่ตัวเอง
เขาอยากฆ่าตัวเองได้หรือไม่
ในขณะที่คิดเช่นนี้ มันก็ได้ยกกรงเล็บสีชมพูอ่อนโยนขึ้นและชี้ไปที่ตัวมันด้วยเล็บอันแหลมคมของมัน
เพียงแค่มันขยับเข้าใกล้ เล็บที่แหลมคมก็แทงเข้าที่คอของมันอย่างรวดเร็ว
“อื้อ”
เสียงละเมอพึมพำเบาๆ ในความฝันทำให้ความคิดบ้าๆ ของเจ้าเปี๊ยกกลับมา เจียงหลีพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนและกอดเจ้าเปี๊ยกเอาไว้ให้แน่นขึ้น
“…” ช่างเป็นการทรมานที่หวานซึ้งและขมขื่นในคราวเดีย