อคิดถึงตรงนี้ แววตาของเจียงหลีก็วูบไหว ใบหน้าเย็นชาแล้วออกคำสั่งกับเจ้าเปี๊ยก “เจ้ามานี่!”
เจ้าเปี๊ยกยังคงไม่ยอมแพ้มันส่ายหัวอีกครั้ง คราวนี้แทนที่จะพาเจียงหลีวนไปรอบห้อง เมื่อเล็งเห็นตำแหน่งของหน้าต่างก็กระโดดออกจากหน้าต่างและหายไปต่อหน้าเจียงหลีทันที
ฉากที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้เจียงหลีตะลึงไปชั่วขณะ
หลังจากได้สติกลับมานางก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตามเจ้าเปี๊ยกที่กระโดดออกไปจากหน้าต่าง
ที่นี่เป็นถึงสำนักพรตเสวียนหมิง โดยมีหลิงหวังนั่งกุมบังเหียนอยู่ ถ้าเกิดเจ้าเปี๊ยกวิ่งพล่านซุกซนจนถูกคนจับได้ต้องโดนจับถลกเนื้อเอ็นหนังแล้วจะทำอย่างไร
ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้าเปี๊ยก เจียงหลีไม่ได้โกรธที่มันดื้อรั้นเมื่อครู่นี้ อย่างไรก็ตามนางยังไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าเปี๊ยกจึงต่อต้านการเข้าใกล้ของนาง
เจ้าเปี๊ยกวิ่งไปในยามค่ำคืนโดยไม่คำนึงถึงทิศทาง มีเพียงความคิดเดียวในใจของมันที่จะหลบหนีเพราะมันจะไม่มีทางยอมให้เจียงหลีแหวกขนหน้าอกของมันและเห็นรอยฟันที่กำจัดไม่พ้นสักที
“เอ๊ะ สัตว์เดรัจฉานมาจากที่ใดรึ”
“ขนปุกปุย อวบๆ อ้วนๆ ทั้งยังน่ารักอีกด้วย!”
เสียงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้การเคลื่อนไหวของเดรัจฉานน้อยหยุดลงทันที มันไม่สนใจคนเหล่านี้จากนั้นจึงเปลี่ยนเส้นทางและเตรียมตัวจากไป
แต่ทว่ามันยังไม่ทันขยับก็มีเงาร่างสองร่างยืนอยู่ตรงหน้าเสียแล้ว
เจ้าเปี๊ยกเงยหน้าขึ้นและใบหน้ายียวนทั้งสองสะท้อนอยู่ในดวงตา