นานอู๋เฮิ่นเคยเล่าว่าอีกยี่สิบปีกว่าจะถึงงานปาฐกถาเจ้าครองนคร ซึ่งหมายความว่าสิบปีข้างหน้าจะถึงคราวงานเลี้ยงเหล่าเซียนแล้วรอไปอีกสิบปีจึงจะถึงคราวปาฐกถาเจ้าครองนคร
“คราวนี้สำนักพรตเสวียนหมิงทำตามสวรรค์ชี้นำ ซึ่งการคัดเลือกธิดาสวรรค์ก็เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยงเหล่าเซียน มีเพียงหลิงจงที่สามารถเข้าร่วมงานเลี้ยงเหล่าเซียนได้ ดังนั้นธิดาสวรรค์จึงต้องเป็นตัวแทนของสำนักพรตเสวียนหมิงเพื่อเข้าร่วมงามเลี้ยง” ชิงหว่านกล่าว
“แล้วผู้สังเวยหมายความว่าอย่างไร” ถึงแม้จะคาดเดาในใจไว้อยู่แล้ว แต่เจียงหลีก็ยังถามชิงหว่านเพื่อความแน่ใจ
คำถามนี้ทำให้เกิดความเศร้าในดวงตาของชิงหว่าน ทันใดนั้นนางก็จับมือของเจียงหลีและขอวิงวอน “ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเจ้าแน่นอน หลังจากพ่ายแพ้ก็จะถูกพรากเอาพลังวิญญาณไปให้กับผู้ชนะที่ได้เป็นธิดาสวรรค์ดูดซับ พอถึงครานั้นข้าต้องกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ หากเจ้าชนะแล้วให้ข้าอยู่ข้างเจ้าเป็นสาวใช้ได้หรือไม่”
“…” เจียงหลียิ้มตาหยี
กฎของการแข่งขันมักโหดร้ายเสมอ ระดับการฝึกของชิงหว่านต่ำสุดในสามคน หากจะพูดจากขั้นนี้นางแน่ใจว่าไม่มีโอกาสชนะเลย
“ในเมื่อเจ้ารู้ตัวเองดีว่ามีโอกาสชนะไม่มากแล้วเหตุใดเจ้าถึงมาล่ะ” เจียงหลีถามขึ้น
ชิงหว่านยิ้มขมขื่น “คนที่ถูกเลือกสามารถปฏิเสธได้ด้วยหรือ”
เจียงหลีเลิกคิ้ว นี่ก็คือเรื่องจริง
นางเกือบจะลืมไปแล้วว่ากฎของซีฮวงนั้นโหดร้ายยิ่งกว่า
“หากถูกพรา