เจนขึ้นในใจของพวกนาง
“งาม งามจริงๆ งามเลิศในปฐพี งามไม่มีที่เปรียบ งามมีเอกลักษณ์ของตัวเอง!” ชายหนุ่มเอ่ยชมจากความในใจของตน
สตรีสองนางอะไรนั่นของเขาโมโหอยากโวยวายแต่กลับมีชายหนุ่มเป็นอุปสรรคจึงได้แต่อดทนไว้
วาจาพร่ำเพ้อของเขานี้กลับทำให้เจ้าเปี๊ยกในอ้อมกอดของเจียงหลีมีแววตาเยือกเย็นถึงที่สุด ในส่วนลึกของนัยน์ตาลูกแก้วซ่อนจิตสังหารเอาไว้อย่างเข้มข้น
“อ่ะ แล้วนี่ตัวอะไร ทำไมถึงน่ารักน่าชังเยี่ยงนี้” เมื่อหนึ่งในหญิงสาวมองเห็นเจ้าก้อนขนที่เจียงหลีอุ้มอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะกรีดร้องด้วยความประหลาดใจและถึงกับยื่นมือไปหามัน
“เจ้าจะทำอะไร” เจียงหลีถอยหลังทันควันเบี่ยงตัวหลบแล้วปกป้องเจ้าก้อนขนเอาไว้แล้วส่งสายตาระแวงสามคนนั้น
แม้นางจะไม่รู้ที่มาที่ไปของบุคคลทั้งสาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะบังอาจทำอะไรได้ตามใจชอบ
“บังอาจ!”
“ช่างกล้านัก!”
การตอบโต้ของเจียงหลีทำให้แม่นางทั้งสองถึงกับเบิกตาเขม็งและคิ้วขมวด
“หุบปาก” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเพื่อยับยั้งความขัดแย้งบานปลาย
เมื่อสตรีทั้งสองถูกเขาเอ็ดตะโรจึงสงบสติอารมณ์ทันที จากนั้นจึงก้มหน้าก้มตาอย่างเชื่อฟังแล้วไม่เอ่ยสิ่งใดอีก
สีหน้าหวาดระแวงของเจียงหลีไม่ได้หายไปไหนแล้วยังคงจ้องสามคนนั้นเขม็ง บางครั้งสายตาก็เหลือบมองไปทางเรือที่จอดเทียบฝั่งแล้ว
บนเรือลำนั้นยังมีเงาเคลื่อนไหวของคน มองดูแล้วข้างบนนั้นยังมีอีกหลายคน
ในที่สุด!
เจียงหลีคิดเช่นนั้นได้ เงาร่