“หลีเอ๋อร์รึ”
น้ำเสียง อ้อมกอดและบรรยากาศอันแสนคุ้นเคยทำให้การมองเห็นของเจียงหลีแปรเปลี่ยนจากพร่ามัวเป็นคมชัดขึ้นมา
เมื่อนางมองเห็นชัดว่าชายคนใดที่กอดนางเอาไว้ในอ้อมอกมือของนางก็ยกขึ้นคล้องคอของเขาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวแล้วแนบชิดอิงแอบอ้อมกอดของเขา จากนั้นจึงบิดเร้าตัวเองในท่วงท่าที่เย้ายวน
“ลู่เจี้ย”
เจียงหลีเอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงแผ่วเบา
ขณะนั้นนางถึงได้สังเกตว่าบนเรือนร่างของตัวเองและชายหนุ่มสวมเพียงเสื้อคลุมบางเบาเท่านั้น เส้นผมของทั้งสองปล่อยสยาย นอนกอดก่ายเกี่ยวพันกันตามอำเภอใจบนที่นอน
สาปเสื้อของลู่เจื้ยแยกออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแข็งแรงงามเรียงตัวเป็นเส้นหนั่นแน่นและกระดูกไหปลาร้าคมสวยภายใต้อาภรณ์ปรากฏให้เห็นวับๆ แวมๆ ต่อหน้านาง
ภาพที่น่าดึงดูดเช่นนี้น่าตื่นเต้นจนเจียงหลีอดลอบกลืนน้ำลายไม่ได้ ดวงตาเป็นประกายของนางฉายแววซุกซน จ้องเม็ดถั่วแดงสองเม็ดภายใต้อาภรณ์ตาไม่กะพริบ
“หลีเอ๋อร์กำลังมองอะไร” นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มช้อนค้างของนางขึ้นมาเบาๆ เพื่อให้หันมาสบตาเขา
นางมองเห็นตัวเองในดวงตาลูกแก้วเคลือบใสเป็นประกายของเขา แล้วก็มองเห็นความตะลึงที่ซ่อนได้ยากของเขา “ในที่สุดหลีเอ๋อร์ของข้าก็โตเป็นสาวแล้ว”
นี่คือถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ไม่เพียงแต่ทำให้เจียงหลีรู้สึกเขินอายเท่านั้น แต่กลับยิ่งทำให้เจียงหลีขยับเข้าไปแนบชิดชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น น้ำเสียงของนางเจือปนความยั่วยวนน่าหลงใ