วันนี้เป็นวันที่เจียงหลีไม่จัดการงานบ้านเมืองและก็ไม่ได้ฝึกฝนแต่ออกจากวังไปลำพัง เพื่อไปที่หลุมฝังศพของหรงจิ่ง
“ฝ่าบาท” อาเฉวียนทำความเคารพเจียงหลีอย่างนอบน้อม
เจียงหลีพยักหน้าให้เขา “ลำบากแย่เลย”
อาเฉวียนส่ายหัว “ข้าน้อยดูแลคุณชายมาตั้งแต่ข้าน้อยยังเด็กๆ วันนี้ได้มาเป็นคนเฝ้าสุสานให้คุณชาย ข้าน้อยพอใจมากแล้วขอรับ”
เจียงหลีมองบ้านที่สร้างจากหญ้าฟางด้านหลังเขา ตั้งอยู่หน้าสุสานของหรงจิ่ง หรงจิ่งคงไม่เหงาแล้ว
“ข้าจะไปเยี่ยมเขา” เจียงหลีพูดแล้วเดินไปยังสุสานของหรงจิ่ง
อาเฉวียนรีบไปเตรียมของเซ่นไหว้
ในตอนที่เขาไปเอาของมาแล้วรีบตามไป เจียงหลีก็ได้ยืนเอามือไขว้หลังอยู่หน้าสุสานของหรงจิ่ง
“เจ้าทำความสะอาดได้เอี่ยมอ่องมาก” เจียงหลีพูดกับอาเฉวียน
อาเฉวียนยิ้มแล้วก้มหน้าจัดเรียงของเซ่นไหว้ “คุณชายชอบความสะอาด ชอบของที่เรียบง่าย ดังนั้นข้าน้อยจึงมาทำความสะอาดที่นี่วันละสามครั้ง ไม่ให้ฝุ่นจับสุสาน”
จริงสิ! หรงจิ่งก็ไม่เหมือนคนทั่วไปมาตั้งแต่ไหนแต่ไร นิสัยที่เย็นชาของเขานั้น เหมือนกับเทพที่อิสระที่ไม่ได้อาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ ไม่จำเป็นต้องแก่งแย่งชิงดีอะไร แต่กลับบังเอิญมาเจอลู่เจี้ย แล้วก็บังเอิญมาเจอกับข้า เจียงหลีเงียบไม่พูดอะไรแต่คิดเงียบๆ อยู่ในใจ
ความที่จู่ๆ นางก็เงียบ ทำให้อาเฉวียนหยุดการกระทำในมือ ค่อยๆ ลุกขึ้น แล้วหันไปมองนาง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วถึงพูดว่า “ฝ่าบาท คุณชายเคยบอกไว้ว่าความ