งหลีมองไปยังจดหมายฉบับนั้น
เวทย์อาคมหายากอย่างนั้นรึ เจียงหลีลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เลิกมองจดหมายฉบับนั้น นางในตอนนี้ไม่ได้ไร้ทักษะการต่อสู้แต่อย่างใด สิ่งที่นางต้องทำตอนนี้คือรีบเพิ่มขั้นพลังโดยเร็ว ทำรากฐานพลังให้ดี แล้วสุดท้ายค่อยๆ ศึกษาเวทย์อาคมนี้
ดังนั้นในที่สุดนางก็มองไปยังกล่องสุดท้าย
ก้อนผลึกหินข้างในกล่องนั้นคือพลังจิตของคนๆ หนึ่งที่เกือบจะสำเร็จบรรลุเป็นเนี่ยนจง หลังจากที่นางดูดซับแล้วหลอมรวมเข้ากับผลึกหินพลังจิต พลังจิตของนางจะเพิ่มขึ้นแล้วสามารถเข้าสู่ขั้นเนี่ยนไซว่ได้หรือไม่
เจียงหลีมีความคาดหวัง นางอดรนทนไม่ไหวแล้วจึงหยิบผลึกหินขึ้นมาจากในกล่องนั้น กำไว้ในมือทั้งสองข้างและสัมผัสกับพลังจิตในผลึกหินนั้น
เจียงหลีหายใจเข้าลึกๆ เริ่มดูดซับพลังจิตในผลึกหินอย่างไม่รอช้า
ตกอยู่ในการบำเพ็ญแล้วเวลาก็ค่อยๆ ล่วงเลยไป
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าโดยไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว เหมือนว่านางอยู่ในห้วงแห่งความมืดมิด ไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งรอบตัวและไม่มีเสียงของสรรพสิ่งใด เหมือนกับว่าหลงเหลือแค่นางเพียงคนเดียวอย่างไรอย่างนั้น
ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ร่างกายของนางยังคงดูดซับพลังจิตอย่างต่อเนื่องแต่ว่าทำไมนางถึงได้มาอยู่ที่นี่
“ที่นี่คือที่ไหนกัน” เจียงหลีพูดพึมพำกับตัวเอง
พลังจิตของนางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขั้นพลังก็เพิ่มสูงขึ้นทีละขั้นๆ ในความเป็นจริง นางนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง มือทั้ง