นรับรองพระราชอาคันตุกะ
จากนั้น เมื่อเขากลับไปรวมพลเตรียมออกไปช่วยเจียงหลี และในขณะกำลังเดินออกจากเรือนรับรองซื่อฟางก็ถูกคนในวังมาขวางทางเอาไว้
“หยวนหวัง ฝ่าบาทมีรับเชิญให้ตามพวกกระหม่อมเข้าวังพ่ะย่ะค่ะ” คนที่มาตามเขานั้นคือหัวหน้าองครักษ์ของฮ่องเต้เป่ยโหรว เขาพูดจามีมารยาทกับลู่เสวียนแต่เหล่าทหารที่ตามหลังมานั่นกลับเป็นการให้เชื่อฟังห้ามขัดขืนกรายๆ
“ข้าไม่ว่าง!” ลู่เสวียนปฏิเสธตามตรง แต่ในใจกลับเป็นห่วงขึ้นมา เขาตกลงกับเหวินเหรินชิ่งชิ่งเสียดิบดี ทั้งสองแยกคนละทาง เขาไปช่วยเจียงหลี ส่วนเหวินเหรินชิ่งชิ่งไปกราบทูลให้ฝ่าบาทช่วยออกหน้าแทนเพื่อกดดันพวกตระกูลไป๋เซี่ยงแล้วแก้ปัญหาเรื่องนี้
ยามนี้ไม่เห็นแม้แต่เงาของเหวินเหรินชิ่งชิ่ง ในวังยังส่งหัวหน้าองครักษ์มาอีก จะมีเรื่องอะไรพลิกผันหรือไม่
“หยวนหวัง ไม่มีผู้ใดฝ่าฝืนคำรับเชิญของฝ่าบาทได้พ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าองครักษ์เอ่ยเตือน
“ตอนนี้ข้าไม่ว่าง! รอข้าเสร็จธุระก่อนข้าจะกลับไปรับโทษกับฝ่าบาทที่วังเอง” ลู่เสวียนขมวดคิ้ว
“หยวนหวังกำลังจะออกไปเพื่อแม่นางเซ่าจวินหรือพ่ะย่ะค่ะ” จู่ๆ หัวหน้าองครักษ์ก็เอ่ยถาม
ลู่เสวียนตกใจ เม้มริมฝีปากนิ่งเงียบ
หัวหน้าองครักษ์ทำท่าผายมือเชิญแล้วเอ่ยขึ้นกับเขา “ฝ่าบาทเชิญท่านก็เพราะเรื่องของแม่นางเซ่า
จวินพอดี หยวนหวังตามกระหม่อมไปดีกว่า อย่าทำให้กระหม่อมต้องเดือดร้อนเลยพระย่ะค่ะ”
“…” หัวใจของลู่เสวียนกระโดดโลดเต้น ใ