ใจ แต่เวลานี้พอได้ยินเขาพูดออกมาเองก็ยังตกใจอยู่ดี
คล้ายกับว่า
ทุกคนต่างคิดว่าเจ้าของไม่อยู่บ้านเลยมาวุ่นวายที่นี่ แต่กลับไม่คิดว่าเจ้าของจะอยู่บ้านพอดี และรู้สึกจะเห็นทุกอย่างชัดเจน
“ข้าบอกว่าข้าเป็นเจ้าของสุสาน” ชายหนุ่มพูดย้ำอีกครั้ง
“เจ้ายังไม่ตายหรือ” เจียงหลีจ้องเงาหลังของเขา ไม่ได้รู้สึกถึงกลิ่นไอแห่งความตายเลยสักนิด ราวกับกำลังสนทนากับคนปกติ
“ตายแล้ว” เขาให้คำตอบที่แน่นอนอีกครั้ง
“…” เจียงหลีไม่เชื่อ คนที่ตายไปแล้วยังสามารถคุยกับนางเหมือนปกติได้เยี่ยงไร นางไม่เข้าใจว่านี่เป็นแสงแห่งวิญญาณที่หลงเหลืออยู่หรือเป็นความประสงค์ที่เหลืออยู่
“ไม่เชื่อหรือ” เขารู้สึกถึงความสงสัยของเจียงหลี
เจียงหลีสบถเสียงเย็น “เชื่อยากจริงๆ”
“เจ้าเข้ามาดูเองก็จะรู้ว่าข้าไม่ได้โกหก” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น
ดวงตาเจียงหลีเป็นประกายวูบไหวก้าวไปข้างหน้าค่อยๆ เข้าใกล้ชายหนุ่ม เพราะนางกลัวว่าชายหนุ่มจะลงมือจู่โจมกะทันหัน ทั้งยังจงใจเดินอ้อมแล้วจู่ๆ นางก็หยุดเดิน จับตามองร่องรอยบนพื้นตรงหน้าของเขา
เห็นได้ชัดว่าร่องรอยเหล่านั้นถูกทิ้งไว้จากการต่อสู้ที่ดุเดือดหักมุมและลึกล้ำ
เมื่อเห็นร่องรอยพวกนี้เจียงหลีก็ไม่เข้าใจว่ากระท่อมไม้ไผ่เหลือดรอดจากการต่อสู้อันดุเดือดได้อย่างไร
เจียงหลีเดินหน้าต่อโดยอ้อมหน้าอ้อมหลังรอบชายหนุ่ม
เมื่อนางได้เห็นโฉมของชายหนุ่มอย่างชัดเจน ดวงตาทั้งคู่กลับหรี่ลง หน้าถอดสี ความหนาวเย็นขึ้นมาจาก