ทันใดนั้นการบีบอัดที่น่ากลัวเยื้องกรายเข้ามาปกคลุมร่างของลู่เสวียนและเหวินเหรินชิ่งชิ่ง
“ระวัง!”
มันแทบจะมาพร้อมเสียงเตือนของเจียงหลี ลู่เสวียนคว้ามือของเหวินเหรินชิ่งชิ่งแล้วพานางลงมาจากขั้นบันไดและยืนขนาบข้างเจียงหลีตามสัญชาติญาณ
“โฮกกก!”
“นี่เกิดอะไรขึ้น พวกมัน!” ลู่เสวียนมองฉากตรงหน้าอย่างตกตะลึง แววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
เจียงหลีเม้มริมฝีปากแน่น สายตาอันเคร่งขรึมมองไปที่ประตูหินสูงใหญ่เช่นกัน
เสาสองต้นนั้นสูงพอๆ กับประตูหิน รอยแกะสลักรูปสัตว์ประหลาดสองตัวนั้นคาดไม่ถึงว่าเมื่อครู่นี้จะมีชีวิตปรากฏออกมาตรงหน้าพวกเขาจริงๆ
ร่างหินแกะสลักของสัตว์ประหลาดที่คล้ายมังกรก็มิใช่งูก็มิเชิง รูปร่างของมันราวกับหินภูเขาไฟที่หลอมละลายในดินแตกระแหงไหลรวมเป็นแสงสีแดงเพลิงหยาดเยิ้ม ร่างกายท่อนบนของพวกมันไร้ซึ่งพันธนาการจากเสาหิน หลังจากที่ลอบโจมตีเมื่อครู่นี้ ส่วนหัวของพวกมันก็พันเกี่ยวเลี้ยวลดจากด้านหน้าประตูหินเพื่อขวางทางพวกเขาเอาไว้
ในขณะที่ท่อนล่างของพวกมันยังคงถูกแกะสลักอยู่บนเสาหินเอาไว้อย่างมั่นคง
ตกลงสัตว์ประหลาดนี้มีชีวิตจริงหรือไม่ เจียงหลีลอบพูดในใจ จู่ๆ สัตว์ประหลาดก็ ‘ฟื้นคืนชีพ’ แม้จะประหวั่นพรั่นพรึงบ้าง แต่พวงมันยังถูกจองจำอยู่ในเสาหิน ขอเพียงไม่เข้าไปใกล้ก็จะไม่ถูกมันข่มขู่ ซึ่งข้อนี้เองทำให้เจียงหลีใจเย็นลง
“นี่ เจ้ารีบปล่อยข้าซะ!” ข้างหลังของเขามีเสียงพึมพำไม่พอใจของเหวิน