งหลีมีสีหน้าเคร่งขรึม
ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างสองคนช่างคลุมเครือดูเหมือนไม่ได้เป็นเพียงนายบ่าวเท่านั้น ในสายตาของเหวินเหรินชิ่งชิ่งมีความประหลาดใจ แม้แต่นางยังรู้สึกว่าหลังจากเข้าไปในสุสานโบราณแล้ว ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ลู่เสวียนต้องเอาแต่ถามความคิดเห็นของเซ่าจจวินผู้นี้อย่างแน่นอน
แต่ทว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาติดตามเรื่องเหล่านี้
“เช่นนั้นก็ฆ่ามันซะ”
เหวินเหรินชิ่งชิ่งเบิกตาโตทันทีแล้วมองไปที่เจียงหลี ประโยคที่ดูใจกล้าบ้าบิ่นเมื่อครู่นี้ คือนางพูดออกมาเองหรือ “ตกลงพวกมันเป็นตัวอะไรเราก็ไม่รู้ แล้วจะฆ่ามันได้อย่างไร”
“ไม่ว่าจะเป็นตัวอะไร โจมตีจนพวกมันไม่เป็นรูปเป็นร่างก็สามารถฆ่ามันตายได้แล้ว” หลังเจียงหลีเอ่ยเสร็จสิ้น เงาร่างของนางก็ส่องประกาย จากนั้นจึงหายไปต่อหน้าต่อตาทั้งสองคน
นางปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งก็มายืนอยู่ด้านล่างของสัตว์ประหลาดทั้งสองตัวแล้ว
เมื่อเห็นว่านางปรากฏตัวบนขั้นบันได จู่ๆ ลำคอที่พันเลื้อยก็คลายจากกัน ในขณะเดียวกันก็อ้าปากกว้างน่าสะพรึงราวกับจะกลืนนางลงท้องเข้าไปในทันที
เจียงหลีรีบยกแขนขวาขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองแต่ไม่ถดกายหนีไปไหน ลำแสงของเกราะเสวียนกังกระพริบขึ้นที่แขนขวาของนาง
เคร้ง!
เขี้ยวคมของสัตว์ประหลาดกระทบเกราะเสวียนกังจนเปล่งเสียงเสียดสีกันบาดแก้วหู
“ระวัง!”
ฉากนี้ทำเอาลู่เสวียนใจหายใจคว่ำ
เพราะแขนที่ยังไม่เสียหายจึงทำให้เจียงหลีโล่งใจไปเปราะหนึ่ง ยังดีที