การแสดงออกของเขาเหมือนท่านชายตระกูลสูงศักดิ์ที่พึ่งเคยออกมาเจอโลกกว้างดูเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นกับทุกสิ่ง แน่นอนว่ามันทำให้ดูออกว่าเขาไร้เดียงสา ไม่มีแผนการอะไร
คนแบบนี้ จะถูกคนที่มีเจตนาหลอกใช้ได้ง่ายที่สุด
ตอนนี้ท่าทางที่ลู่เสวียนแสดงออกมาเป็นสิ่งที่เขากับเจียงหลีปรึกษาและตกลงมาก่อนหน้านี้แล้ว
ในเมื่อลู่เสวียนสนใจเป่ยโหรวขนาดนี้ ก็ให้พวกเขาคิดว่าลู่เสวียนคนนี้รับมือได้ง่ายกว่าที่คิดไป
เข้าวังเพื่อร่วมงานเลี้ยง ลู่เสวียนไม่ได้พาคนไปมาก นอกจากเจียงหลีที่ปลอมเป็นเซ่าจวิน ก็มีองครักษ์อีกหกคนคอยคุ้มกัน การทำตัวให้ไม่เป็นจุดสนใจเช่นนี้ ทำให้ดูกระจอกนัก
ราวกับว่าลู่เสวียนหยวนหวังผู้นี้ในราชวงศ์จยาเซียนดูไร้ความสามารถสมคำล่ำลือ ถูกอำนาจการเมืองทำให้เป็นบุคคลที่ถูกลืม
งานเลี้ยงต้อนรับของพระราชวังเป่ยโหรว ไม่รู้ว่าจะได้เจอหรงจิ่งหรือไม่ บนรถ เจียงหลีนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ในมุม หากเจอหรงจิ่ง นางอาจจะสืบอะไรได้บ้าง
…
ณ พระราชวังเป่ยโหรว ฮ่องเต้เป่ยโหรวเป่ยเหมินเวยรออยู่ภายในตำหนัก สวมฉลองพระองค์เรียบง่าย ไม่ฉูดฉาด และมีใบหน้าคมคร้ามดั่งหยก ท่านชายที่งดงามอย่างรูปสลัก นั่งอยู่ตรงหน้าเขา ถือตัวหมากเพื่อแข่งกับเขา
เมื่อท่านชายที่ดูสันโดษวางหมากตัวสุดท้ายลง เขายิ้มเล็กน้อยด้วยสีหน้าดูนิ่งเฉยต่อเป่ยเมินเวยแล้วเอ่ย “ฝ่าบาท พระองค์ทรงแพ้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เป่ยเหมินเวยไม่ได้ใส่ใจอะไร หัวเราะขึ้นมาเ