ป็นเช่นนี้ เขามักจะรู้สึกว่านางกำลังมองคนอื่นผ่านตัวเองอยู่ แม้ว่าคนๆ นั้นจะเป็นชาติก่อนของเขาก็เถอะ เขาเป็นถึงจักรพรรดิสูงสุดเลยนะ จะไปเป็นตัวแทนชองคนอื่นได้อย่างไรกัน
“… ” ความสับสนที่ไม่เคยมีมาก่อน เกิดขึ้นในใจของจักรพรรดิผู้เย็นชา
แต่เขากลับลืมไปว่า ณ ขณะนี้ เขาสามารถผลักจักรพรรดินีบางคนที่เข้ามาพัวพันออกไปได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็จากไปอย่างสง่างาม
รวมถึงการเข้าใกล้อย่างกล้าหาญของจักรพรรดินีบางคน ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย
“ลู่เจี้ย ข้าเรียกท่านหลายรอบขนาดนี้ อย่างน้อยท่านก็ควรตอบข้าบ้าง” ปากของเจียงหลีเริ่มแห้ง ทำได้เพียงมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ
หึ ยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด ต้องไม่หลงกล นางเพียงแค่อยากรู้ชื่อของข้า ต้องไม่ปล่อยให้นางสมดั่งปรารถนา ชายหนุ่มหันมามองอย่างช้าๆ สายตาจดจ่อบนใบหน้าอันน่าหลงใหลของนาง
ในความคาดหวังของนาง ในที่สุดเขาก็ยอม “อืม” ออกว่าอย่างไม่เต็มใจ
การตอบอย่างไม่เต็มใจนี้ กลับทำให้หัวใจของเจียงหลีหวานฉ่ำราวกับว่านางได้กินน้ำผึ้งไปอย่างไรอย่างงั้น ดวงตาของนางยิ้มเหมือนพระจันทร์เสี้ยวและรอยยิ้มที่สดใส ทำให้จักรพรรดิสับสนเล็กน้อย ผู้หญิงเจ้าเล่ห์คนนี้ จะมีรอยยิ้มที่สดใสขนาดนี้ได้อย่างไรกัน
“ลู่เจี้ย เรามาคุยกันหน่อยสิ”
ในขณะที่ไม่รู้ตัวนั้น เจียงหลีก็ดึงตัวเขามาถึงที่เตียงมังกรและผลักเขาล้มลง
ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงตาเบิกกว้าง และมองนางด้